วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Nikon Coolpix S70

Nikon Coolpix S70 กล้องดิจิตอลคอมแพคใหม่ รูปทรงบางเฉียบ ออกแบบอย่างสวยงาม มาพร้อมกับจอมอนิเตอร์ LCD ขนาดใหญ่ 3.5 นิ้ว ความละเอียด 288,000 พิกเซล แบบ Organic LED ทำงานระบบสัมฟัสหน้าจอ เปิดปิดกล้องด้วยระบบเลื่อนฝาปิดหน้าเลนส์ กล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับเลนส์ Nikkor ขนาด 5x และมีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ optical image stabilization เลนส์ทางยาวโฟกัสเทียบเท่าซูม 28-140 มม. เซ็นเซอร์ภาพ CCD ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ความไวแสงสูงสุด ISO 1600 หรือเพิ่มสูงสุดเป็น ISO 3200 เมื่อถ่ายภาพที่ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล หรือต่ำกว่า จุดเด่นที่น่าสนใจคือ จอมอนิเตอร์แบบสัมผัสใหม่ สามารถเลื่อนภาพและซูมขยายภาพได้ในโหมดเปิดชมภาพเพียงสัมผัสที่หน้าจอ แบบเดียวกับที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ iPhone นอกจากนี้ยังถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ HD 720p ความเร็ว 30 เฟรม/วินาที พลังงานใช้แบตเตอรี่ EN-EL12 Lithium Ion เมื่อชาร์จไฟเต็มจะถ่ายภาพได้ประมาณ 200 ภาพ การจัดเก็บภาพใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SD หรือ SDHC และมีเมมโมรี่ในตัวกล้องขนาด 20MB


Panasonic Lumix DMC-ZR1

กล้องคอมแพคขนาดกะทัดรัดจากพานาโซนิค โดดเด่นด้วยเลนส์มุมกว้าง 25 มม.และระบบกันสั่นสะเทือน POWER O.I.S (Optical Image Stabiliser) ความละเอียดสูงถึง 12.7 ล้านพิกเซล และเลนส์ออพติคอลซูม 8 เท่า Leica DC Vario-Elmar ความยาว 25-200 มม. และดิจิตอลซูม 4 เท่า พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานที่ก้าวหน้ามากมาย อาทิ AF tracking, Intelligent Exposure, Face Detection, Intelligent Scene Selector, POWER O.I.S and Intelligent ISO Control และสามารถบันทึกภาพด้วยความละเอียดแบบ High Definition ขนาดไฟล์ 1920 x 1080 พิกเซล เพื่อเปิดชมภาพจากโทรทัศน์ระบบ HDTV ได้คมชัดเต็มรูปแบบ




Panasonic Lumix DMC-ZR1 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CCD ขนาด 1/2.33 นิ้ว ให้ความละเอียด 12.7 ล้านพิกเซล Effective ตัวกล้องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด และบางเพียง 23 มม. เท่านั้น แต่ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ก้าวหน้ามากมาย ที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้ภาพที่สวยงามอย่างง่ายดาย อาทิ โหมด iA หรือ Intelligent Auto ซึ่งเป็นโหมดมาตรฐานที่มีในกล้องถ่ายภาพพานาโซนิคทุกรุ่น โดยโหมดถ่ายภาพนี้ จะรวมเอาฟังก์ชั่นการทำงานที่ก้าวหน้าไว้หลายฟังก์ชั่น เช่น ฟังก์ชั่น Intelligent Scene Selector กล้องจะเลือกรูปแบบของการถ่ายภาพให้อัตโนมัติ โดยเมื่อเล็งกล้องไปที่ใบหน้าบุคคล กล้องจะปรับเป็นโหมดถ่ายภาพบุคคลอัตโนมัติ และเมื่อหันกล้องไปที่ดอกไม้ กล้องก็จะปรับโหมดเป็นมาโครโดยอัตโนมัติเช่นกัน ช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้สนุก โดยไม่ต้องพะวงกับการเลือกโหมดถ่ายภาพให้เหมาะสม


ฟังก์ชั่น Face Detection กล้องจะทำการค้นหาใบหน้าบุคคล พร้อมกับล็อกโฟกัสให้อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังช่วยลดตาแดงที่เกิดขึ้นจากการใช้แฟลชด้วย ฟังก์ชั่น Intelligent Exposure กล้องจะปรับค่าการวัดแสงและไวท์บาลานซ์ให้อัตโนมัติ พร้อมทั้งปรับเพิ่มแสงในส่วนที่มืด ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัด สีสันถูกต้อง และใสเคลียร์DMC-ZR1อย่างที่ต้องการ ฟังก์ชั่น POWER O.I.S ช่วยลดการสั่นไหวของกล้อง ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดที่สุด ฟังก์ชั่น Intelligent ISO Control ช่วยให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย หรือเมื่อต้องการความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น เพื่อหยุดจังหวะการเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่งได้ นอกจากนี้ทั้งฟังก์ชั่น POWER O.I.S และ Intelligent ISO Control ยังช่วยให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้คมชัด ช่วยลดปัญหากล้องสั่น หรือมือสั่นได้เป็นอย่างดี และฟังก์ชั่น AF Tracking ซึ่งกล้องจะล็อกโฟกัสที่ซับเจคต์ และปรับโฟกัสตามเมื่อซับเจคต์มีการเคลื่อนที่ ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดตลอดเวลา และฟังก์ชั่นนี้ทำงานแม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้แตะปุ่มชัตเตอร์อยู่ตลอดเวลาก็ตาม ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่เหมาะกับการ
ถ่ายภาพเด็ก ภาพสัตว์เลี้ยง ภาพกีฬา หรือแม้กระทั้งภาพทั่วๆ ไป ที่วัตถุมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาด้วย


Panasonic Lumix DMC-ZR1 ใช้หน่วยประมวลผลใหม่ Venus Engine V ที่มีการทำงานที่รวดเร็วให้ไฟล์คุณภาพสูง และใช้พลังงานต่ำ กล้องพร้อมใช้งานหลังจากเปิดสวิตช์เพียง 1.2 วินาที สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็ว 2.3 ภาพต่อวินาที ที่ความละเอียดสูงสุด และสามารถปรับเพิ่มเป็น 5 ภาพต่อวินาที ที่ความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ด้านความไวแสงสามารถปรับได้สูงสุด ISO6400 ในโหมด High Sensitivity และปรับในแบบปกติได้แบบ Auto ISO หรือปรับตั้งเอง ตั้งแต่ ISO100-1600

Panasonic Lumix DMC-ZR1 ใช้จอมอนิเตอร์ขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล บันทึกภาพด้วย SD card, SDHC card และ MMC card โดยมีหน่วยความจำในตัว 50 MB โอนถ่ายข้อมูลผ่านช่อง USB 2.0 Hi-speed และ AV out แบตเตอรี่แบบใหม่ใช้งานได้นานขึ้น เมื่อชาร์จเต็มจะถ่ายภาพได้ประมาณ 330 ภาพ (ทดสอบตามมาตรฐาน CIPA) ตัวกล้องมีขนาด 98 x 63 x 23 มม. น้ำหนัก 138 กรัม


ที่มาhttp://www.shutterphoto.com/forums/showthread.php?t=12253

‘Hybrid IS’ระบบป้องกันภาพสั่นไหวออพติคอล ระบบไฮบริด เป็นรายแรกของโลก !!

แคนนอน อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น แถลงอย่างเป็นทางการหลังจากประสบความสำเร็จในการคิดค้นเทคโนโลยีล่าสุด ระบบป้องกันภาพสั่นไหวออพติคอล ระบบไฮบริด (Hybrid IS: Hybrid Image Stabilizer) ได้เป็นรายแรกของโลก* ซึ่งระบบ Hybrid IS ช่วยลดการสั่นไหวของกล้องได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ทั้งการสั่นไหวของกล้องแบบขึ้น-ลง (Shift camera shake) และแบบมุมก้มเงย (Tilt camera shake) ทำให้ภาพถ่ายคมชัดทุกองศาการเคลื่อนไหว โดยแคนนอนจะนำเทคโนโลยีนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่ใช้ในเลนส์สำหรับกล้องซิงเกิ้ลเลนส์ และวางจำหน่ายทั่วโลกภายในปลายปี 2009 นี้แน่นอน

ด้วยทฤษฎีของการป้องกันการสั่นไหวของกล้องถ่ายภาพและขั้นตอนต่างๆในการแก้ไขภาพสั่นไหวที่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาภาพถ่ายที่ไม่คมชัดอันเกิดจากการสั่นไหวของตัวกล้อง เมื่อใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตอนที่กล้องมีการขยับตัวขณะที่มีการเปิดรับแสงของเซนเซอร์รับแสงของกล้องในขณะที่ถ่ายภาพ

แคนนอนได้เริ่มต้นค้นคว้าวิจัยกลไกที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของภาพที่เกิดจากสั่นไหวของกล้องมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2523 เป็นต้นมา จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2538 แคนนอนได้เปิดตัวเลนส์ EF 75-300mm f/4-5.6 IS USM เลนส์ที่มีเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาของภาพที่เกิดจากการสั่นไหวของกล้องแบบออพติคอลออกสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แคนนอนได้พัฒนาเลนส์ที่มีเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวรุ่นต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 21 รุ่น

ล่าสุด ทีมวิศวกรของแคนนอน สามารถการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ Hybrid IS ที่นอกจากจะสามารถตรวจจับการสั่นไหวของตัวกล้องแบบการสั่นเป็นมุมองศาที่ก้มลงหรือเงยขึ้นของตัวกล้องโดยใช้ Angular velocity sensor ซึ่งการสั่นไหวแบบนี้มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายในการถ่ายภาพทั่วๆไปขณะที่กดชัตเตอร์แล้วเกิดการสั่นซึ่งทำให้องศาของกล้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในลักษณะทำมุมก้มลงหรือเงยขึ้นจากแนวระนาบ แต่ว่า Hybrid IS ยังสามารถตรวจจับการสั่นไหวในแบบขึ้น-ลงของกล้องโดยใช้ Acceleration sensor ได้อีกด้วย ซึ่งการสั่นไหวในแนวขึ้นและลงนี้มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายในการถ่ายภาพแบบมาโครหรือโคลสอัพที่มีการถ่ายภาพที่ใกล้กับวัตถุมากๆ

ระบบ Hybrid IS จะทำการทำการประมวลผลโดยใช้รูปแบบการประมวลผลแบบใหม่ที่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ทั้ง 2 ตัวเพื่อที่จะนำค่าของการสั่นไหวในมุมต่างๆทั้งในแนวการสั่นแบบมุมก้ม-เงยและการสั่นไหวแบบขึ้น-ลงมาคำนวนและปรับตั้งค่าการแก้ไขความสั่นไหวของภาพให้แม่นยำที่สุด ทำให้ระบบป้องกันการสั่นไหวของแคนนอนนั้นเป็นเทคโนโลยีที่สามารถป้องกันการสั่นไหวของภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยที่ระบบป้องกันการสั่นไหวทั่วๆไปไม่อาจแก้ไขข้อผิดพลาดในจุดนี้ได้ทั้งหมด


Click image for larger version  Name: 3wallpaper1024.jpg‎ Views: 35 Size: 291.7 KB ID: 41250

Nikon D3000 สำหรับมือใหม่หัดเล่นกล้อง DSLR

NIKON ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR รุ่นใหม่ เป็นกล้องน้องเล็กคนสุดท้องในชื่อรุ่น D3000 ให้ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล ออกแบบเน้นขนาดที่เล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา และใช้งานง่าย ด้วยฟังก์ชั่นใหม่ Guide Mode หลังจากถ่ายภาพไปแล้ว สามารถปรับแต่งแก้ไขภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ด้วย Retouch Menu ให้ภาพที่มีคุณภาพดีเยี่ยมด้วยหน่วยประมวลผล EXPEED™ ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่นจอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3 นิ้ว, ระบบ Active D-Lighting, ระบบวัดแสง 3D Color Matrix Metering II ทั้งหมดช่วยให้กล้องรุ่นเล็กนี้ สามารถถ่ายภาพได้สนุกอย่างที่คุณต้องการ



Intuitive Assistance On-the-Fly
นิคอน D3000 มาพร้อมฟังก์ชั่น Guide Mode ที่ออกแบบใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างง่ายๆ แม้ว่าจะไม่เคยใช้กล้อง DSLR มาก่อน ก็ใช้งานได้อย่างสบาย โดยมีการแนะนำการใช้งานแบบทีละขั้นตอน หมุนเลือกใช้งานฟังก์ชั่น
Guide Mode ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแป้นหมุนเลือกโหมดที่อยู่ทางด้านบนตัวกล้อง และดูผลจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ทางด้านหลัง นอกจากนี้ในฟังก์ชั่น Guide Mode ยังช่วยให้คุณเปิดชมภาพ จัดการภาพ และลบภาพได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

Click image for larger version  Name: D3000_3_L.JPG‎ Views: 26 Size: 101.4 KB ID: 41149








มาดูส่วนต่างๆ ของ D3000





Click image for larger version  Name: D3000_5_L.JPG‎ Views: 20 Size: 102.5 KB ID: 41152 Click image for larger version  Name: D3000_4_L.JPG‎ Views: 18 Size: 107.6 KB ID: 41153




คุณสมบัติหลักของ Nikon D3000
  • เซ็นเซอร์ฟอร์แมท DX ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล
  • ให้ภาพคุณภาพดี แม้ว่าจะพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ถึง 20 x 30 นิ้ว
  • มาพร้อมกับเลนส์คิท 18-55 มม. NIKKOR VR
  • ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาที่สุดในกล้อง DSLR ของนิคอน (30 กรกฎาคม 2552)
  • ใช้งานง่ายด้วยฟังก์ชั่น Nikon Guide Mode
  • โหมดโปแกรมสำเร็จรูป 6 แบบ
  • โหมดโปรแกรม Portrait, Landscape, Child, Sports, Close-up และ Night Portrait ช่วยให้ได้ภาพที่ดีอย่างง่ายดาย
  • จอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความสว่างสูง มุมมองกว้าง 170 องศา
  • มีโปรแกรมตกแต่งแก้ไขภาพในตัวกล้องโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์
  • หน่วยประมวลผล Nikon EXPEED Image Processing
  • ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์ภาพ Automatic Image Sensor Cleaning
  • ออโต้โฟกัส 11 จุด
  • ฟังก์ชั่น Picture Control 6 แบบ Standard, Neutral, Vivid, Monochrome, Portrait และ Landscape
  • ฟังก์ชั่น Active D-Lighting
  • ความไวแสง ISO 100 – 1600




Ricoh grd iii

ริโก้ เปิดตัวกล้องตระกูล GR Digital ใหม่ในชื่อ GRD III มีรูปทรงบางเฉียบ เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 188 กรัม เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพระดับมืออาชีพ มาพร้อมกับเลนส์ใหม่ มุมกว้าง 28 มม. F1.9 มีความไวแสงสูง ทำให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดี โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความไวแสงสูงๆ และให้คุณภาพที่ดีเยี่ยม


คุณสมบ้ติเด่นที่น่าสนใจเช่น เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.7 นิ้ว ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้างขนาด 28 มม. ช่วงรูรับแสง F1.9 - 9.0 มีฟิลเตอร์ ND ใช้รูรับแสงได้เล็กสุด F11 ระยะโฟกัสใกล้สุด 1 เซ็นติเมตร มีดิจิตอลซูม 4 เท่า แบบ Auto Resize Zoom ระบบโฟกัสออโต้โฟกัส แบบ Multi AF (CCD method) / Spot AF (CCD method) / Manual Focus / Snap และโฟกัสที่ระยะอินฟินิตี้ Infinity (ล๊อคโฟกัสได้) ช่วงความเร็วชัตเตอร์ 180, 120, 60, 30, 15, 13, 10, 8, 6, 5, 4, 3.2, 2.5, 2, 1.6, 1.3, 1 - 1/2000 วินาทีสำหรับภาพนิ่งและ 1/30 - 1/2000 วินาที สำหรับภาพเคลื่อนไหว ระบบวัดแสงแบ่งพื้นที่ Multi (256 segments), Centre Weighted Light Metering และ Spot Metering (TTL-CCD metering method, AE lock possible) ส่วนระบบบันทึกภาพแบบ Program AE, Aperture Priority AE, Shutter Priority AE และระบบแมนนวล Manual Exposure ปรับชดเชยแสงได้ +/-2.0EV (1/3EV Steps), ระบบถ่ายภาพคร่อม Auto Bracket Function (-0.5EV, ±0, +0.5EV / -0.3EV, ±0, +0.3EV)ช่วงความไวแสง ISO ปรับได้แบบ AUTO, AUTO-HI หรือเลือกเองที่ ISO64 / 100 / 200 / 400 / 800 / 1600 มีแฟลชในตัว พร้อมระบบแฟลชแก้ตาแดง Red-eye-Reduction, Flash On, Slow Synchro, Manual Flash, Flash Off ระยะการทำงาน 20 ซม. ถึง 3.0 เมตร (ISO Auto) จอมอนิเตอร์ขนาด 3 นิ้วแบบ Transparent LCD ตวามละเอียด 920,000 พิกเซล มีไฟล์ฟอร์แมท RAW เลือกบันทึกวิดีโอได้ 2 ขนาด คือ 640x480 และ 320x240 พิกเซล ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SD memory card, SDHC memory card มีหน่วยความจำในตัว 88MB และมีฟังก์ชั่นพิเศษอื่นๆ มากมาย อาทิ Color Bracket function, B&W (TE), Color Space Setting, Noise Reduction, Histogram, Grid Guide, Depth of Field, Electronic Level, Hot Shoe ใช้แบตเตอรี่ DB-65 (3.7V) หนึ่งก้อน หรือ AAA สองก้อน ตัวกล้องมีขนาด 108.6 (W) x 59.8 (H) x 25.5 (D) มม.


Fujifilm Finepix F70EXR

Fujifilm Finepix F70EXR กล้องถ่ายภาพคอมแพคดิจิตอลรุ่นใหม่จากฟูจิฟิล์ม โดดเด่นด้วยการใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบใหม่ Super CCD EXR ขนาดใหญ่ 1/2นิ้ว ให้ความละเอียดสูงถึง 10 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ภาพที่รวมเอาเทคโนโลยีการทำงานที่โดดเด่น 3 แบบเข้าไว้ด้วยกันทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง สามารถถ่ายภาพที่ความไวแสงสูง ด้วยความคมชัดและปราศจาก noise อีกทั้งยังทำให้กล้องมีไดนามิกเรนจ์กว้างขึ้น ช่วยให้เก็บรายละเอียดระหว่างโทนสว่างและเงามืดได้ครบถ้วน และได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ

จุดเด่นของ Fujifilm Finepix F70EXR อยู่ที่การให้ภาพที่มีคุณภาพสูงเก็บรายละเอียดของภาพได้ครบบถ้วนสมบูรณ์ทั้งในส่วนมืดและส่วนสว่าง ตัวกล้องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด มีความหนาเพียง 22.7 มม. และมีน้ำหนักเพียง 180 กรัมเท่านั้น แต่มีพลังในการซูมสูงถึง 10 เท่า มีขนาดทางยาวโฟกัสของเลนส์ 27-270 มม. พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 2 ต่อ คือ ปรับชิฟท์เซ็นเซอร์ภาพตามทิศทางการสั่นไหวและปรับเพิ่มความไวแสงตามความเหมาะสม

โหมดถ่ายภาพมีให้เลือกได้ทั้ง EXR Auto จุดเด่นของโหมดนี้คือสามารถประเมินรูปแบบของภาพที่ผู้ใช้งานต้องการได้ โดยเมื่อตั้งโหมดถ่ายภาพไปที่ EXRและเล็งกล้องไปยังวัตถุที่จะถ่าย กล้องจะประเมินสิ่งที่จะถ่ายแล้วส่งข้อมูลให้เซ็นเซอร์ภาพปรับรูปแบบการถ่ายภาพที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยีงมีโหมดออโต้ โปรแกรมสำเร็จรูป Scene Mode โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหว และโหมด P กับโหมด M สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการควบคุมกล้องด้วยตนเอง

Fujifilm Finepix F70EXR มีฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพได้ภาพที่มีคุณภาพสูง เช่น ฟังก์ชั่น Pro Focus Mode และฟังก์ชั่น Pro Low-light Mode โดยกล้องจะบันทึกภาพหลายๆ ภาพที่แตกต่างกันจากการกดชัตเตอร์ครั้งเดียว และนำภาพเหล่านั้นมาประเมินผลเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด

จุดเด่นของ Fujifilm Finepix F70EXR อีกอย่างหนึ่งคือสามารถเลือกรูปแบบการถ่ายภาพโดยจำลองคุณภาพแบบเดียวกับการใช้ฟิล์มของฟูจิ 3 ชนิดคือฟิล์มProvia สำหรับถ่ายภาพทั่วๆ ไป ฟิล์ม Velvia สำหรับภาพที่ต้องการสีสันที่อิ่มตัวเป็นนพิเศษและฟิล์ม Astia สำหรับถ่ายภาพบุคคล ให้ได้ภาพที่นุ่มนวลและสีผิวที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการสร้างสรรค์ภาพแบบอื่นๆ เช่น ขาวดำ หรือ ซีเปีย เป็นต้น

คุณสมบัติที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ จอมอนิเตอร์แบบ TFT ขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล มองเห็นภาพได้เต็ม 100% ปรับความไวแสงได้ตั้งแต่ISO100-12800 และปรับแบบออโต้ จัดเก็บข้อมูลด้วย SD และ SDHC Card โดยมีหน่วยความจำในตัว 47MB แหล่งพลังงานได้จากแบตเตอรี่ Li-Ion NP-50ตัวกล้องมีขนาด 99.3 x 58.9 x 22.7 มม. น้ำหนัก 180 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)


ที่มา http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=25&post_id=66856&title=ใหม่!-Fujifilm-Finepix-F70EXR

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กล้องดิจิตอล"โปรเจกเตอร์"โผล่แล้ว

ล่าสุดมีข่าวลือจาก D'Image นิตยสารภาพถ่ายในฝรั่งเศษรายงานว่า บริษัท นิคอน (Nikon) เตรียมส่งกล้องดิจิตอลคอมแพครุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับโปรเจ็กเตอร์จิ๋ว (pico projector) ทำให้มันสามารถฉายภาพถ่ายออกมาได้ทันที โดยไม่ต้องต่อพ่วงให้วุ่นวายอีกต่อไป...ว้าว!!!

Nikon VP650 กล้องดิจิตอลคอมแพคที่ีีมีข่าวลือออกมาว่า มันจะมาพร้อมกับเครื่องฉายภาพ LED ขนาดเล็กที่ทำให้สามารถฉายภาพถ่ายจากในกล้องออกมาให้มีขนาดใหญ่ถึง 8 x 12 นิ้วภายในห้องมึดได้อย่างชัดเจน นับเป็นแก็ดเจ็ตอีกชิ้นหนึ่งที่ผสมผสานระหว่างกล้องดิจิตอลชนิดคอมแพ็คเข้ากับโปรเจ็กเตอร์จิ๋ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทางกองบรรณาธิการได้นำเสนอมือถือโพรเจ็กเตอร์ที่สามารถฉายภาพที่อยู่ในมือถือออกมาได้ หากข่าวลือนี้เป็นจริง กำหนดการเปิดตัว Nikon VP650 จะอยู่ในช่วงสัปดาห์หน้า หากมีความคืบหน้าอย่างใด ทางกองบรรณาธิการจะรีบนำมาอัพเดตคุณผู้อ่านทุกท่านทันที

Update: ล่าสุด Nikon เปิดตัวกล้องดิจิตอลคอมแพคตัวแรกของโลกทีมาพร้อมกับโปรเจกเตอร์จิ๋วในตัวแล้ว (พร้อมกับอีก 3 รุ่นทีมีคุณสมบัติไม่แพ้กัน) โดยจะเป็นรุ่น Nikon COOLPIX S1000pj คุณสมบัติในขั้นต้น กล้องรุ่นนี้จะมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล จอ LCD 2.7 นิ้ว ออปติคัลซูม 5x สามารถฉายโปรเจ็กเตอร์สำหรับภาพถ่าย และวิดีโอให้มีขนาดใหญ๋สูงสุด 40 นิ้ว (640 x 480 พิกเซลที่อัตราเฟรม 30 ภาพต่อวินาที) ที่ระยะห่าง 6 ฟุต...ว้าว!!!

ภายในตัวกล้องยังมีซอฟต์แวร์สำหรับธีมของสไลด์โชว์ เอฟเฟกต์ของทรานสิชั่นของการเปลี่ยนสไลด์ต่างๆ และดนตรีประกอบการดูภาพจากลำโพงที่อยู่ในกล้องที่ดังพอให้ได้ยินขณะฉายโปรเจกเตอร์ กล้องรุ่นนีั้มีรีโมทไร้สาย เพื่อควบคุมการทำงานได้อีกด้วย คาดว่าจะวางจำหน่ายในเดือนกันยายน ศกนี้ ราคาอยู่ที่ 429.95 เหรียญ (ประมาณ 15,500 บาท)

กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ 2 จอ LCD

รายงานข่าวเช้าวันศุกร์อย่างนี้ ขอเริ่มต้นด้วยแก็ดเจ็ตยอดนิยมอีกชิ้นหนึ่งในหมู่วัยรุ่นก็แล้วกันนะครับ นั่นก็คือ "กล้องดิจิตอล" ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเว็บไซต์ arip ได้นำเสนอรุ่นที่สามารถถ่าย และแสดงผลในรูปแบบ 3 มิติบนหน้าจอ LCD ของกล้องได้เลย ล่าสุดบริษัทซัมซุงกำลังเตรียมส่งกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ที่ไม่ธรรมดาออกมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ใช้วัยโจ๋ โดยเพิ่มจอ LCD อีกหนึ่งจอที่ด้านหน้าของตัวกล้องให้ด้วย ว่าแต่มันมีไว้ทำไมล่ะเนี่ย?

ในเดือนหน้า ซัมซุงจะวางตลาดกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ที่สามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 12.2 ล้านพิกเซล ซึ่งจุดเด่นของกล้องนอกจากความละเอียดแล้ว มันยังมาพร้อมกับจอ LCD 2 ถึงชุดด้วยกัน โดยด้านหลังของตัวกล้องจะเป็นจอขนาดใหญ่ 3 นิ้วทำงานในระบบสัมผัส ส่วนด้านหน้าก็จะมีจออีกตัวหนึ่งขนาด 1.5 นิ้ว

สำหรับจอด้านหน้าจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพในวันหยุดพักผ่อน หรืออัพเดตโพรไฟล์ตัวเองใน Facebook ได้โดยไม่ต้องขอร้องใครให้ช่วยถ่ายให้อีก แถมยังได้รูปอย่างที่ต้องการด้วย โดยหลังจากที่เปิดระบบตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ หน้าจอจะด้านหน้าแสดงสีดำพร้อมกับตัวเลขสีฟ้าสดใสนับถอยหลัง 3,2,1 ก่อนลั่นชัตเตอร์ หน้าที่ของคุณคือ โพสต์ท่าที่เก๋ที่สุด โดยสังเกตจากหน้าจอ LCD ที่อยู่ด้านหน้าของกล้อง คุณสามารถถ่ายไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องวิ่งไปมา เพื่อดูว่า ภาพที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้มันยังมีโหมด child ที่ทำให้เด็กๆ มองกล้องเวลาถ่ายรูปอีกด้วย โดยเวลาเลือกใช้โหมดนี้ถ่ายรูปเด็กๆ ที่จอแอลซีดีด้านหน้าของกล้องจะแสดงการ์ตูนตัวตลกเคลื่อนไหวได้ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเด็กๆ ได้ (แต่ถ้าเด็กคนไหนกลัวเจ้าตัวตลกล่ะ? งานนี้ซัมซุงอาจจะต้องเตรียมวิดีโอให้ดาวน์โหลด เพื่อใช้แทนคลิปนี้)

ในส่วนของกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่นี้จะมีให้เลือก 2 โมเดลด้วยกันคือ TL225 (350 เหรียญฯ หรือประมาณ 13,000 บาท) ซึ่งจะเป็นรุ่นที่มากับหน้าจอ LCD ด้านหลังที่มีขนาดใหญ่กว่าคือ 3.5 นิ้ว ส่วน TL220(300 เหรียญฯ หรือประมาณ 11,000 บาท) ก็จะเป็นรุ่นที่เรากำลังพูดถึง และด้วยหน้าจอ LCD ระบบสัมผัสของกล้องทำให้ผู้ใช้สามารถลบภาพท่ไม่ต้องการได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ลากนิ้วเป็นรูปกากบาท หรือตัว x กล้องดิจิตอลทั้งสองรุ่นยังสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดระดับไฮเดฟฯ และเลนส์หน้ากล้อง 27mm เก็บภาพในมุมกว้างได้เป็นอย่างดี พร้อมฟังก์ชันซูม 4.6 เท่า นับเป็นกล้องดิจิตอลทีมีลูกเล่นที่น่าสอยไม่แพ้รุ่นอื่นๆ เลยนะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

โฆษณาทีวีชุดใหม่ของ iPhone 3GS

รอบข้างหลายคนจอง iPhone 3GS กันไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่เดิมเป็นสาวกโนเกีย และวินโดวส์โมบาย บางส่วนไม่อยากเหมือนใคร ก็หันไปเล่น BB แต่วันนี้ขอแนะนำโฆษณาชิ้นใหม่ของ iPhone 3GS ที่แอปเปิ้ลขยันทำออกมายั่วน้ำหลายผู้ใช้ตลอดเวลา...มาดูกันดีกว่าว่า คราวนี้จะเอาอะไรมาอวดกันอีก!!!

หลังจากที่ปล่อยโฆษณาชุด Copy & Paste, Voice Control, Break In และ Skate Board โฆษณาชิ้นล่าสุดของ iPhone 3GS จะเป็นการนำเสนอลูกเล่นการจับคู่ไอโฟนให้สามารถสื่อสารกันได้อย่างง่ายดาย เช่น การแลกเปลี่ยนรูปภาพที่สามารถใช้นิ้วลากโยนจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง การแลกเปลี่ยนคอนแท็คด้วยการเขย่าสองเครื่องพร้อมกัน (Bump) ตลอดจนเล่นเกมส์ เชื่อว่า โฆษณาชุดนนี้จะช่วยกระตุ้นต่อมอยากได้ของใครอีกหลายๆ คนเป็นแน่...เฮ่อ...



ที่มา http://www.arip.co.th/news.php?id=409651

ตะลึง!!!พบบั๊กล่มการทำงาน Windows 7

ไมโครซอฟท์กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทกำลังตราวจสอบรายงานของข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งพบใน Windows 7 ระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุด อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์ได้โพสต์ข้อความไว้ในบล็อกเกี่ยวกับประเด็นที่พบว่า มันไม่น่าจะเกิดได้ในผู้ใช้ส่วนใหญ่ หรือไม่ก็เป็นแค่บั๊กเล็กน้อยที่ใครบางคนอยากให้มันมีขึ้นมา

ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้เครดิตในความเร็ว และสเถียรภาพในการทำงานของ Windows 7 (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Windows Vista) อย่างไรก็ตาม ข่าวคราวที่มีการพูดถึงออกมา อาจทำให้หลายคนไม่สบายใจได้ โดยเฉพาะการที่มันเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่พร้อมผลิต (RTM version) เพื่อวางจำหน่ายในระยะอันใกล้นี้แล้ว ซึ่งข้อมูลโดยสรุปเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่พบใน Windows 7 ระบุว่า เมื่อผู้ใช้สั่งรันยูทิลิตี้ CHKDSK ตามด้วย /r บนไดรฟ์ตัวที่สองที่ไม่ใช่พาร์ติชันหลักที่วินโดวส์ทำงาน เพียงแค่นี้ คุณก็สามารถล่มการทำงานของระบบปฏิบัติการได้แล้ว!!! (BSOD: Blue Screen Of Death)

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้อาจจะไม่ประสบกับเหตุการณ์เช่นนั้นได้เสมอไป ผู้เชี่ยวชาญกล่าวหลังจากที่ได้ทำการทดลองข้อผิดพลาดดังกล่าว ไม่เพียงแต่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับบั๊กดังกล่าวดูจะเจาะจงในสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้มากเกินไปเท่านั้น การใช้งาน CHKDSK ในลักษณะดังกล่าวยังมีโอกาสเกิดขึั้นน้อยมากอีกด้วย หรือพูดง่ายๆ บั๊กที่พบไมสามารถทำให้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์นั่นเอง รายงานล่าสุดทางด้านไมโครซอฟท์กำลังทดลองบั๊กดังกล่าว ซึ่งผูั้ใช้ก็คงจะได้รับการแพตช์ผ่านทาง Windows Update หลังจากเปิดตัว หากข้อผิดพลาดดังกล่าวมีความร้ายแรงจริง ในระหว่างนี้ ก็ไม่มีเหตุอันควรแต่อย่างใด ที่จะลองทำตามขั้นตอนข้างต้น เพื่อล่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณเอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ


ที่มา http://www.arip.co.th/news.php?id=409660

กล้องถ่ายรูปและวิดีโอไฮเดฟฯมาแล้ว

ช่วงนี้ตลาดกล้องคึกคักดีเหมือนกันนะครับ ว่ากันตั้งแต่กล้องถ่ายรูป 3 มิติของฟูจิฟิล์ม ตามมาติดๆ ด้วยกล้องถ่ายโปรเจ็กตเตอร์ของนิคอน ล่าสุด Pentax แนะนำกล้อง 3 รุ่นใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นกล้องคอมแพคเหมือนกัน แต่ถ่ายภาพ และวิดีโอระดับไฮเดฟินเขั่น และกันน้ำได้ในระดับราคาไม่แพงอีกด้วย

Pentax Optio WS80 กล้องดิจิตอลคอมแพคที่มีความละอียด 10 ล้านพิกเซล ซึ่งอาจจะไม่ได้มากที่สุดในสามรุ่นที่ออกมา แต่กำลังขยาย (Optical Zoom) สูงสุดถึง 5 เท่า กันน้ำได้ลึกถึง 5 ฟุต และกันกระแทก สามารถถ่ายวิดีโอไฮเดฟ 1280 x 720 ที่อัตราเฟรม 30 เฟรมต่อวินาที (720p30) สนนราคาแค่ 249.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 9,000 บาทเท่านั้น ราคาน่าสอยมาใช้งานดีนะครับ

ส่วนรุ่นต่อมาจะเป็น Optio P80 ที่มีราคาถูกกว่า แต่ยังคงความสามารถในการถ่ายวิดีโอไฮเดฟฯ 720p30 แต่ไม่กันน้ำ และมีกำลังขยายน้อยลงมานิดนึงอยู่ที่ 4 เท่า ส่วนความละเอียดขยับขึ้นไปที่ 12.1 ล้านพิกเซล ขนาดจะเล็กกว่ารุ่น WS80 สนนราคาเพียง 199.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 7,200 บาทเท่านั้น กำหนดการวางตลาดเดือนกันยายน ศกนี้

สำหรับ Optio E80 รุ่นสุดท้ายที่เปิดตัวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาจะมีราคาถูกลงไปอีก แต่อาจจะมีคุณสมบัติไม่โดดเด่นเท่าสองรุ่นแรก โดยจะรองรับระบบป้องกันการถ่ายภาพสั่นไหวแบบดิจิตอลแทนที่จะเป็นเทคโนโลยีทีเหนือกว่าอย่าง Pixel Track SR ความสามารถในการซูม 3x และความละเอียด 10 ล้านพิกเซล พร้อมจอ LCD แสดงผล 2.7 นิ้ว สนับสนุนการถ่ายวิดีโอไฮเดฟฯที่อัตราเฟรมต่ำกว่า 720p15 สนนราคาของ E80 เพียง 129.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 4,800 บาทเท่านั้น


ที่มา http://www.arip.co.th/news.php?id=409661

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Olympus E-P1


จุดเด่นและรายละเอียดOlympus E-P1
แบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ Micro Four Thirds System
ความละเอียด12.3 ล้านพิกเซล Live MOS Sensor
ระบบจัดการสีTruePic V image processor
ระบบป้องกันการสั่นไหวได้ถึง 4 สต็อป
สามารถใช้กับเลนส์ZUIKO DIGITAL & OM lenses ทุกแบบโดยใช้อแดปเตอร์
ระบบออโต้โฟกัสFace Detection and Shadow Adjustment Technology
โหมดการถ่ายภาพ20 shooting modes
(5 exposure modes, i-Auto mode, 14 scene modes)
โหมดวีดีโอ และ HDCreativity and HD Movie
  • HD Movie with stereo sound featuring depth of field and Art Filters
  • Art Filters, Multi-Aspect ratios
  • Multi Exposure function
  • Art Filters can be applied to previously taken RAW images in the camera and with Olympus software
  • Enhanced creativity with special lenses e.g. fisheye is available via Four Thirds lens adapter
i-Auto modeกล้องจะปรับการถ่ายให้เข้ากับสถานะการณ์ต่างๆโดยอัตโนมัติเอง
ถ่ายต่อเนื่อง3 ภาพ / วินาที สูงสุด 14 ภาพ ในโหมด RAW
พอร์ตต่อเชื่อมHDMI TV ได้ / USB 2.0
ไอเอสโอ100 - 6400
ระบบกำจัดฝุ่นบนเซ็นเซอร์มี
จอ แอลซีดี3 นิ้ว HyperCrystal LCD
โหมดปรับแต่งอื่นๆArt Filters / Pop Art / Soft Focus / Light Tone / Pale & Light Colour / Grainy Film / Pin Hole / e-Portrait /

อุปกรณ์เพิ่มเติม

  • M. ZUIKO DIGITAL ED 14-42mm 1:3.5-5.6 lens
    M. ZUIKO DIGITAL 17mm 1:2.8 Pancake lens
  • MMF-1 adapter for all Four Thirds lenses
  • MF-2 adapter for all OM lenses
  • FL-14 flash
  • VF-1 external optical view finder
  • Leather strap in white and brown
  • Leather body jacket in white and brown




ภาพเปรียบเทียบ E-P1 "Digital Pen" กับกล้องฟิล์ม Pen รุ่นเก่า มีขนาดเล็กพอๆกัน

***ข้อมูลจาก dpreview.com***