วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552
Nikon Coolpix S70
Panasonic Lumix DMC-ZR1
ถ่ายภาพเด็ก ภาพสัตว์เลี้ยง ภาพกีฬา หรือแม้กระทั้งภาพทั่วๆ ไป ที่วัตถุมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาด้วย
Panasonic Lumix DMC-ZR1 ใช้จอมอนิเตอร์ขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล บันทึกภาพด้วย SD card, SDHC card และ MMC card โดยมีหน่วยความจำในตัว 50 MB โอนถ่ายข้อมูลผ่านช่อง USB 2.0 Hi-speed และ AV out แบตเตอรี่แบบใหม่ใช้งานได้นานขึ้น เมื่อชาร์จเต็มจะถ่ายภาพได้ประมาณ 330 ภาพ (ทดสอบตามมาตรฐาน CIPA) ตัวกล้องมีขนาด 98 x 63 x 23 มม. น้ำหนัก 138 กรัม
‘Hybrid IS’ระบบป้องกันภาพสั่นไหวออพติคอล ระบบไฮบริด เป็นรายแรกของโลก !!
ด้วยทฤษฎีของการป้องกันการสั่นไหวของกล้องถ่ายภาพและขั้นตอนต่างๆในการแก้ไขภาพสั่นไหวที่ถูกนำมาใช้แก้ปัญหาภาพถ่ายที่ไม่คมชัดอันเกิดจากการสั่นไหวของตัวกล้อง เมื่อใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตอนที่กล้องมีการขยับตัวขณะที่มีการเปิดรับแสงของเซนเซอร์รับแสงของกล้องในขณะที่ถ่ายภาพ
แคนนอนได้เริ่มต้นค้นคว้าวิจัยกลไกที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของภาพที่เกิดจากสั่นไหวของกล้องมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2523 เป็นต้นมา จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2538 แคนนอนได้เปิดตัวเลนส์ EF 75-300mm f/4-5.6 IS USM เลนส์ที่มีเทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาของภาพที่เกิดจากการสั่นไหวของกล้องแบบออพติคอลออกสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แคนนอนได้พัฒนาเลนส์ที่มีเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวรุ่นต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น 21 รุ่น
ล่าสุด ทีมวิศวกรของแคนนอน สามารถการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ Hybrid IS ที่นอกจากจะสามารถตรวจจับการสั่นไหวของตัวกล้องแบบการสั่นเป็นมุมองศาที่ก้มลงหรือเงยขึ้นของตัวกล้องโดยใช้ Angular velocity sensor ซึ่งการสั่นไหวแบบนี้มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายในการถ่ายภาพทั่วๆไปขณะที่กดชัตเตอร์แล้วเกิดการสั่นซึ่งทำให้องศาของกล้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในลักษณะทำมุมก้มลงหรือเงยขึ้นจากแนวระนาบ แต่ว่า Hybrid IS ยังสามารถตรวจจับการสั่นไหวในแบบขึ้น-ลงของกล้องโดยใช้ Acceleration sensor ได้อีกด้วย ซึ่งการสั่นไหวในแนวขึ้นและลงนี้มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายในการถ่ายภาพแบบมาโครหรือโคลสอัพที่มีการถ่ายภาพที่ใกล้กับวัตถุมากๆ
ระบบ Hybrid IS จะทำการทำการประมวลผลโดยใช้รูปแบบการประมวลผลแบบใหม่ที่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ทั้ง 2 ตัวเพื่อที่จะนำค่าของการสั่นไหวในมุมต่างๆทั้งในแนวการสั่นแบบมุมก้ม-เงยและการสั่นไหวแบบขึ้น-ลงมาคำนวนและปรับตั้งค่าการแก้ไขความสั่นไหวของภาพให้แม่นยำที่สุด ทำให้ระบบป้องกันการสั่นไหวของแคนนอนนั้นเป็นเทคโนโลยีที่สามารถป้องกันการสั่นไหวของภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยที่ระบบป้องกันการสั่นไหวทั่วๆไปไม่อาจแก้ไขข้อผิดพลาดในจุดนี้ได้ทั้งหมด
Nikon D3000 สำหรับมือใหม่หัดเล่นกล้อง DSLR
นิคอน D3000 มาพร้อมฟังก์ชั่น Guide Mode ที่ออกแบบใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างง่ายๆ แม้ว่าจะไม่เคยใช้กล้อง DSLR มาก่อน ก็ใช้งานได้อย่างสบาย โดยมีการแนะนำการใช้งานแบบทีละขั้นตอน หมุนเลือกใช้งานฟังก์ชั่น
Guide Mode ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแป้นหมุนเลือกโหมดที่อยู่ทางด้านบนตัวกล้อง และดูผลจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ทางด้านหลัง นอกจากนี้ในฟังก์ชั่น Guide Mode ยังช่วยให้คุณเปิดชมภาพ จัดการภาพ และลบภาพได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
- เซ็นเซอร์ฟอร์แมท DX ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล
- ให้ภาพคุณภาพดี แม้ว่าจะพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ถึง 20 x 30 นิ้ว
- มาพร้อมกับเลนส์คิท 18-55 มม. NIKKOR VR
- ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาที่สุดในกล้อง DSLR ของนิคอน (30 กรกฎาคม 2552)
- ใช้งานง่ายด้วยฟังก์ชั่น Nikon Guide Mode
- โหมดโปแกรมสำเร็จรูป 6 แบบ
- โหมดโปรแกรม Portrait, Landscape, Child, Sports, Close-up และ Night Portrait ช่วยให้ได้ภาพที่ดีอย่างง่ายดาย
- จอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความสว่างสูง มุมมองกว้าง 170 องศา
- มีโปรแกรมตกแต่งแก้ไขภาพในตัวกล้องโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์
- หน่วยประมวลผล Nikon EXPEED Image Processing
- ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์ภาพ Automatic Image Sensor Cleaning
- ออโต้โฟกัส 11 จุด
- ฟังก์ชั่น Picture Control 6 แบบ Standard, Neutral, Vivid, Monochrome, Portrait และ Landscape
- ฟังก์ชั่น Active D-Lighting
- ความไวแสง ISO 100 – 1600
Ricoh grd iii
Fujifilm Finepix F70EXR
Fujifilm Finepix F70EXR กล้องถ่ายภาพคอมแพคดิจิตอลรุ่นใหม่จากฟูจิฟิล์ม โดดเด่นด้วยการใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบใหม่ Super CCD EXR ขนาดใหญ่ 1/2นิ้ว ให้ความละเอียดสูงถึง 10 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ภาพที่รวมเอาเทคโนโลยีการทำงานที่โดดเด่น 3 แบบเข้าไว้ด้วยกันทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง สามารถถ่ายภาพที่ความไวแสงสูง ด้วยความคมชัดและปราศจาก noise อีกทั้งยังทำให้กล้องมีไดนามิกเรนจ์กว้างขึ้น ช่วยให้เก็บรายละเอียดระหว่างโทนสว่างและเงามืดได้ครบถ้วน และได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของ Fujifilm Finepix F70EXR อยู่ที่การให้ภาพที่มีคุณภาพสูงเก็บรายละเอียดของภาพได้ครบบถ้วนสมบูรณ์ทั้งในส่วนมืดและส่วนสว่าง ตัวกล้องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด มีความหนาเพียง 22.7 มม. และมีน้ำหนักเพียง 180 กรัมเท่านั้น แต่มีพลังในการซูมสูงถึง 10 เท่า มีขนาดทางยาวโฟกัสของเลนส์ 27-270 มม. พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 2 ต่อ คือ ปรับชิฟท์เซ็นเซอร์ภาพตามทิศทางการสั่นไหวและปรับเพิ่มความไวแสงตามความเหมาะสม
โหมดถ่ายภาพมีให้เลือกได้ทั้ง EXR Auto จุดเด่นของโหมดนี้คือสามารถประเมินรูปแบบของภาพที่ผู้ใช้งานต้องการได้ โดยเมื่อตั้งโหมดถ่ายภาพไปที่ EXRและเล็งกล้องไปยังวัตถุที่จะถ่าย กล้องจะประเมินสิ่งที่จะถ่ายแล้วส่งข้อมูลให้เซ็นเซอร์ภาพปรับรูปแบบการถ่ายภาพที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยีงมีโหมดออโต้ โปรแกรมสำเร็จรูป Scene Mode โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหว และโหมด P กับโหมด M สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการควบคุมกล้องด้วยตนเอง
Fujifilm Finepix F70EXR มีฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพได้ภาพที่มีคุณภาพสูง เช่น ฟังก์ชั่น Pro Focus Mode และฟังก์ชั่น Pro Low-light Mode โดยกล้องจะบันทึกภาพหลายๆ ภาพที่แตกต่างกันจากการกดชัตเตอร์ครั้งเดียว และนำภาพเหล่านั้นมาประเมินผลเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด
จุดเด่นของ Fujifilm Finepix F70EXR อีกอย่างหนึ่งคือสามารถเลือกรูปแบบการถ่ายภาพโดยจำลองคุณภาพแบบเดียวกับการใช้ฟิล์มของฟูจิ 3 ชนิดคือฟิล์มProvia สำหรับถ่ายภาพทั่วๆ ไป ฟิล์ม Velvia สำหรับภาพที่ต้องการสีสันที่อิ่มตัวเป็นนพิเศษและฟิล์ม Astia สำหรับถ่ายภาพบุคคล ให้ได้ภาพที่นุ่มนวลและสีผิวที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการสร้างสรรค์ภาพแบบอื่นๆ เช่น ขาวดำ หรือ ซีเปีย เป็นต้น
คุณสมบัติที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ จอมอนิเตอร์แบบ TFT ขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล มองเห็นภาพได้เต็ม 100% ปรับความไวแสงได้ตั้งแต่ISO100-12800 และปรับแบบออโต้ จัดเก็บข้อมูลด้วย SD และ SDHC Card โดยมีหน่วยความจำในตัว 47MB แหล่งพลังงานได้จากแบตเตอรี่ Li-Ion NP-50ตัวกล้องมีขนาด 99.3 x 58.9 x 22.7 มม. น้ำหนัก 180 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2552
กล้องดิจิตอล"โปรเจกเตอร์"โผล่แล้ว
ล่าสุดมีข่าวลือจาก D'Image นิตยสารภาพถ่ายในฝรั่งเศษรายงานว่า บริษัท นิคอน (Nikon) เตรียมส่งกล้องดิจิตอลคอมแพครุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับโปรเจ็กเตอร์จิ๋ว (pico projector) ทำให้มันสามารถฉายภาพถ่ายออกมาได้ทันที โดยไม่ต้องต่อพ่วงให้วุ่นวายอีกต่อไป...ว้าว!!!

Nikon VP650 กล้องดิจิตอลคอมแพคที่ีีมีข่าวลือออกมาว่า มันจะมาพร้อมกับเครื่องฉายภาพ LED ขนาดเล็กที่ทำให้สามารถฉายภาพถ่ายจากในกล้องออกมาให้มีขนาดใหญ่ถึง 8 x 12 นิ้วภายในห้องมึดได้อย่างชัดเจน นับเป็นแก็ดเจ็ตอีกชิ้นหนึ่งที่ผสมผสานระหว่างกล้องดิจิตอลชนิดคอมแพ็คเข้ากับโปรเจ็กเตอร์จิ๋ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทางกองบรรณาธิการได้นำเสนอมือถือโพรเจ็กเตอร์ที่สามารถฉายภาพที่อยู่ในมือถือออกมาได้ หากข่าวลือนี้เป็นจริง กำหนดการเปิดตัว Nikon VP650 จะอยู่ในช่วงสัปดาห์หน้า หากมีความคืบหน้าอย่างใด ทางกองบรรณาธิการจะรีบนำมาอัพเดตคุณผู้อ่านทุกท่านทันที
Update: ล่าสุด Nikon เปิดตัวกล้องดิจิตอลคอมแพคตัวแรกของโลกทีมาพร้อมกับโปรเจกเตอร์จิ๋วในตัวแล้ว (พร้อมกับอีก 3 รุ่นทีมีคุณสมบัติไม่แพ้กัน) โดยจะเป็นรุ่น Nikon COOLPIX S1000pj คุณสมบัติในขั้นต้น กล้องรุ่นนี้จะมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล จอ LCD 2.7 นิ้ว ออปติคัลซูม 5x สามารถฉายโปรเจ็กเตอร์สำหรับภาพถ่าย และวิดีโอให้มีขนาดใหญ๋สูงสุด 40 นิ้ว (640 x 480 พิกเซลที่อัตราเฟรม 30 ภาพต่อวินาที) ที่ระยะห่าง 6 ฟุต...ว้าว!!!

ภายในตัวกล้องยังมีซอฟต์แวร์สำหรับธีมของสไลด์โชว์ เอฟเฟกต์ของทรานสิชั่นของการเปลี่ยนสไลด์ต่างๆ และดนตรีประกอบการดูภาพจากลำโพงที่อยู่ในกล้องที่ดังพอให้ได้ยินขณะฉายโปรเจกเตอร์ กล้องรุ่นนีั้มีรีโมทไร้สาย เพื่อควบคุมการทำงานได้อีกด้วย คาดว่าจะวางจำหน่ายในเดือนกันยายน ศกนี้ ราคาอยู่ที่ 429.95 เหรียญ (ประมาณ 15,500 บาท)

กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ 2 จอ LCD
รายงานข่าวเช้าวันศุกร์อย่างนี้ ขอเริ่มต้นด้วยแก็ดเจ็ตยอดนิยมอีกชิ้นหนึ่งในหมู่วัยรุ่นก็แล้วกันนะครับ นั่นก็คือ "กล้องดิจิตอล" ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเว็บไซต์ arip ได้นำเสนอรุ่นที่สามารถถ่าย และแสดงผลในรูปแบบ 3 มิติบนหน้าจอ LCD ของกล้องได้เลย ล่าสุดบริษัทซัมซุงกำลังเตรียมส่งกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ที่ไม่ธรรมดาออกมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ใช้วัยโจ๋ โดยเพิ่มจอ LCD อีกหนึ่งจอที่ด้านหน้าของตัวกล้องให้ด้วย ว่าแต่มันมีไว้ทำไมล่ะเนี่ย?
ในเดือนหน้า ซัมซุงจะวางตลาดกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ที่สามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงถึง 12.2 ล้านพิกเซล ซึ่งจุดเด่นของกล้องนอกจากความละเอียดแล้ว มันยังมาพร้อมกับจอ LCD 2 ถึงชุดด้วยกัน โดยด้านหลังของตัวกล้องจะเป็นจอขนาดใหญ่ 3 นิ้วทำงานในระบบสัมผัส ส่วนด้านหน้าก็จะมีจออีกตัวหนึ่งขนาด 1.5 นิ้ว

สำหรับจอด้านหน้าจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพในวันหยุดพักผ่อน หรืออัพเดตโพรไฟล์ตัวเองใน Facebook ได้โดยไม่ต้องขอร้องใครให้ช่วยถ่ายให้อีก แถมยังได้รูปอย่างที่ต้องการด้วย โดยหลังจากที่เปิดระบบตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ หน้าจอจะด้านหน้าแสดงสีดำพร้อมกับตัวเลขสีฟ้าสดใสนับถอยหลัง 3,2,1 ก่อนลั่นชัตเตอร์ หน้าที่ของคุณคือ โพสต์ท่าที่เก๋ที่สุด โดยสังเกตจากหน้าจอ LCD ที่อยู่ด้านหน้าของกล้อง คุณสามารถถ่ายไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องวิ่งไปมา เพื่อดูว่า ภาพที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

นอกจากนี้มันยังมีโหมด child ที่ทำให้เด็กๆ มองกล้องเวลาถ่ายรูปอีกด้วย โดยเวลาเลือกใช้โหมดนี้ถ่ายรูปเด็กๆ ที่จอแอลซีดีด้านหน้าของกล้องจะแสดงการ์ตูนตัวตลกเคลื่อนไหวได้ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเด็กๆ ได้ (แต่ถ้าเด็กคนไหนกลัวเจ้าตัวตลกล่ะ? งานนี้ซัมซุงอาจจะต้องเตรียมวิดีโอให้ดาวน์โหลด เพื่อใช้แทนคลิปนี้)

ในส่วนของกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่นี้จะมีให้เลือก 2 โมเดลด้วยกันคือ TL225 (350 เหรียญฯ หรือประมาณ 13,000 บาท) ซึ่งจะเป็นรุ่นที่มากับหน้าจอ LCD ด้านหลังที่มีขนาดใหญ่กว่าคือ 3.5 นิ้ว ส่วน TL220(300 เหรียญฯ หรือประมาณ 11,000 บาท) ก็จะเป็นรุ่นที่เรากำลังพูดถึง และด้วยหน้าจอ LCD ระบบสัมผัสของกล้องทำให้ผู้ใช้สามารถลบภาพท่ไม่ต้องการได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ลากนิ้วเป็นรูปกากบาท หรือตัว x กล้องดิจิตอลทั้งสองรุ่นยังสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียดระดับไฮเดฟฯ และเลนส์หน้ากล้อง 27mm เก็บภาพในมุมกว้างได้เป็นอย่างดี พร้อมฟังก์ชันซูม 4.6 เท่า นับเป็นกล้องดิจิตอลทีมีลูกเล่นที่น่าสอยไม่แพ้รุ่นอื่นๆ เลยนะครับ
วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552
โฆษณาทีวีชุดใหม่ของ iPhone 3GS
รอบข้างหลายคนจอง iPhone 3GS กันไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่เดิมเป็นสาวกโนเกีย และวินโดวส์โมบาย บางส่วนไม่อยากเหมือนใคร ก็หันไปเล่น BB แต่วันนี้ขอแนะนำโฆษณาชิ้นใหม่ของ iPhone 3GS ที่แอปเปิ้ลขยันทำออกมายั่วน้ำหลายผู้ใช้ตลอดเวลา...มาดูกันดีกว่าว่า คราวนี้จะเอาอะไรมาอวดกันอีก!!!

หลังจากที่ปล่อยโฆษณาชุด Copy & Paste, Voice Control, Break In และ Skate Board โฆษณาชิ้นล่าสุดของ iPhone 3GS จะเป็นการนำเสนอลูกเล่นการจับคู่ไอโฟนให้สามารถสื่อสารกันได้อย่างง่ายดาย เช่น การแลกเปลี่ยนรูปภาพที่สามารถใช้นิ้วลากโยนจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง การแลกเปลี่ยนคอนแท็คด้วยการเขย่าสองเครื่องพร้อมกัน (Bump) ตลอดจนเล่นเกมส์ เชื่อว่า โฆษณาชุดนนี้จะช่วยกระตุ้นต่อมอยากได้ของใครอีกหลายๆ คนเป็นแน่...เฮ่อ...
ตะลึง!!!พบบั๊กล่มการทำงาน Windows 7
ไมโครซอฟท์กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทกำลังตราวจสอบรายงานของข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งพบใน Windows 7 ระบบปฎิบัติการรุ่นล่าสุด อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงของไมโครซอฟท์ได้โพสต์ข้อความไว้ในบล็อกเกี่ยวกับประเด็นที่พบว่า มันไม่น่าจะเกิดได้ในผู้ใช้ส่วนใหญ่ หรือไม่ก็เป็นแค่บั๊กเล็กน้อยที่ใครบางคนอยากให้มันมีขึ้นมา

ผู้ใช้ส่วนใหญ่ให้เครดิตในความเร็ว และสเถียรภาพในการทำงานของ Windows 7 (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Windows Vista) อย่างไรก็ตาม ข่าวคราวที่มีการพูดถึงออกมา อาจทำให้หลายคนไม่สบายใจได้ โดยเฉพาะการที่มันเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ที่พร้อมผลิต (RTM version) เพื่อวางจำหน่ายในระยะอันใกล้นี้แล้ว ซึ่งข้อมูลโดยสรุปเกี่ยวกับข้อผิดพลาดที่พบใน Windows 7 ระบุว่า เมื่อผู้ใช้สั่งรันยูทิลิตี้ CHKDSK ตามด้วย /r บนไดรฟ์ตัวที่สองที่ไม่ใช่พาร์ติชันหลักที่วินโดวส์ทำงาน เพียงแค่นี้ คุณก็สามารถล่มการทำงานของระบบปฏิบัติการได้แล้ว!!! (BSOD: Blue Screen Of Death)

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้อาจจะไม่ประสบกับเหตุการณ์เช่นนั้นได้เสมอไป ผู้เชี่ยวชาญกล่าวหลังจากที่ได้ทำการทดลองข้อผิดพลาดดังกล่าว ไม่เพียงแต่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับบั๊กดังกล่าวดูจะเจาะจงในสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้มากเกินไปเท่านั้น การใช้งาน CHKDSK ในลักษณะดังกล่าวยังมีโอกาสเกิดขึั้นน้อยมากอีกด้วย หรือพูดง่ายๆ บั๊กที่พบไมสามารถทำให้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์นั่นเอง รายงานล่าสุดทางด้านไมโครซอฟท์กำลังทดลองบั๊กดังกล่าว ซึ่งผูั้ใช้ก็คงจะได้รับการแพตช์ผ่านทาง Windows Update หลังจากเปิดตัว หากข้อผิดพลาดดังกล่าวมีความร้ายแรงจริง ในระหว่างนี้ ก็ไม่มีเหตุอันควรแต่อย่างใด ที่จะลองทำตามขั้นตอนข้างต้น เพื่อล่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณเอง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
กล้องถ่ายรูปและวิดีโอไฮเดฟฯมาแล้ว
ช่วงนี้ตลาดกล้องคึกคักดีเหมือนกันนะครับ ว่ากันตั้งแต่กล้องถ่ายรูป 3 มิติของฟูจิฟิล์ม ตามมาติดๆ ด้วยกล้องถ่ายโปรเจ็กตเตอร์ของนิคอน ล่าสุด Pentax แนะนำกล้อง 3 รุ่นใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นกล้องคอมแพคเหมือนกัน แต่ถ่ายภาพ และวิดีโอระดับไฮเดฟินเขั่น และกันน้ำได้ในระดับราคาไม่แพงอีกด้วย

Pentax Optio WS80 กล้องดิจิตอลคอมแพคที่มีความละอียด 10 ล้านพิกเซล ซึ่งอาจจะไม่ได้มากที่สุดในสามรุ่นที่ออกมา แต่กำลังขยาย (Optical Zoom) สูงสุดถึง 5 เท่า กันน้ำได้ลึกถึง 5 ฟุต และกันกระแทก สามารถถ่ายวิดีโอไฮเดฟ 1280 x 720 ที่อัตราเฟรม 30 เฟรมต่อวินาที (720p30) สนนราคาแค่ 249.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 9,000 บาทเท่านั้น ราคาน่าสอยมาใช้งานดีนะครับ

ส่วนรุ่นต่อมาจะเป็น Optio P80 ที่มีราคาถูกกว่า แต่ยังคงความสามารถในการถ่ายวิดีโอไฮเดฟฯ 720p30 แต่ไม่กันน้ำ และมีกำลังขยายน้อยลงมานิดนึงอยู่ที่ 4 เท่า ส่วนความละเอียดขยับขึ้นไปที่ 12.1 ล้านพิกเซล ขนาดจะเล็กกว่ารุ่น WS80 สนนราคาเพียง 199.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 7,200 บาทเท่านั้น กำหนดการวางตลาดเดือนกันยายน ศกนี้

สำหรับ Optio E80 รุ่นสุดท้ายที่เปิดตัวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาจะมีราคาถูกลงไปอีก แต่อาจจะมีคุณสมบัติไม่โดดเด่นเท่าสองรุ่นแรก โดยจะรองรับระบบป้องกันการถ่ายภาพสั่นไหวแบบดิจิตอลแทนที่จะเป็นเทคโนโลยีทีเหนือกว่าอย่าง Pixel Track SR ความสามารถในการซูม 3x และความละเอียด 10 ล้านพิกเซล พร้อมจอ LCD แสดงผล 2.7 นิ้ว สนับสนุนการถ่ายวิดีโอไฮเดฟฯที่อัตราเฟรมต่ำกว่า 720p15 สนนราคาของ E80 เพียง 129.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 4,800 บาทเท่านั้น
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552
Olympus E-P1

| จุดเด่นและรายละเอียด | Olympus E-P1 |
| แบบ | ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ Micro Four Thirds System |
| ความละเอียด | 12.3 ล้านพิกเซล Live MOS Sensor |
| ระบบจัดการสี | TruePic V image processor |
| ระบบป้องกันการสั่นไหว | ได้ถึง 4 สต็อป |
| สามารถใช้กับเลนส์ | ZUIKO DIGITAL & OM lenses ทุกแบบโดยใช้อแดปเตอร์ |
| ระบบออโต้โฟกัส | Face Detection and Shadow Adjustment Technology |
| โหมดการถ่ายภาพ | 20 shooting modes (5 exposure modes, i-Auto mode, 14 scene modes) |
| โหมดวีดีโอ และ HD | Creativity and HD Movie
|
| i-Auto mode | กล้องจะปรับการถ่ายให้เข้ากับสถานะการณ์ต่างๆโดยอัตโนมัติเอง |
| ถ่ายต่อเนื่อง | 3 ภาพ / วินาที สูงสุด 14 ภาพ ในโหมด RAW |
| พอร์ตต่อเชื่อม | HDMI TV ได้ / USB 2.0 |
| ไอเอสโอ | 100 - 6400 |
| ระบบกำจัดฝุ่นบนเซ็นเซอร์ | มี |
| จอ แอลซีดี | 3 นิ้ว HyperCrystal LCD |
| โหมดปรับแต่งอื่นๆ | Art Filters / Pop Art / Soft Focus / Light Tone / Pale & Light Colour / Grainy Film / Pin Hole / e-Portrait / |
อุปกรณ์เพิ่มเติม
- M. ZUIKO DIGITAL ED 14-42mm 1:3.5-5.6 lens
M. ZUIKO DIGITAL 17mm 1:2.8 Pancake lens - MMF-1 adapter for all Four Thirds lenses
- MF-2 adapter for all OM lenses
- FL-14 flash
- VF-1 external optical view finder
- Leather strap in white and brown
- Leather body jacket in white and brown


ภาพเปรียบเทียบ E-P1 "Digital Pen" กับกล้องฟิล์ม Pen รุ่นเก่า มีขนาดเล็กพอๆกัน
***ข้อมูลจาก dpreview.com***