โหมดถ่ายภาพของ S200EXR ยังมีให้เลือกใช้งานได้ครบครันเช่นเดิม โดยปรับเลือกโหมดถ่ายภาพได้จากแป้นหมุนบนตัวกล้อง และมีโหมดถ่ายภาพที่เพิ่มขึ้นมาเช่นเดียวกับกล้องของฟูจิฟิล์มที่เปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ภาพแบบใหม่ทั้งหมด นั่นคือโหมด EXR Auto ซึ่งมีจุดเด่นอยู่การประเมินรูปแบบของภาพที่ผู้ใช้งานต้องการ และปรับเลือกโหมดถ่ายภาพที่เหมาะสมกับรูปแบบนั้นๆ ให้อัตโนมัติ โดยดึงเอาจุดเด่นของ 3 เทคโนโลยีในตัวเซ็นเซอร์แบบใหม่ มาใช้งาน ซึ่งทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูงสุด
การตอบสนองการทำงานของ S200EXR ทำได้ดีไม่แพ้กล้อง DSLR เท่าใดนัก แถมโดดเด่นกว่าตรงที่มีเลนส์ซูมในตัวและมีช่วงซูมที่กว้างถึง 14.3 เท่า ครอบคลุมการทำงานได้ครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพวิวทิวทัศน์ หรือภาพถ่ายจากระยะไกล อย่างเช่นภาพสัตว์ป่า ภาพนก ภาพแคนดิด หรือภาพกีฬาบางอย่าง เป็นต้น นอกจากช่วงซูมกว้างแล้ว ยังสามารถถ่ายได้ใกล้ถึง 1 เซ็นติเมตร สะดวกกับผู้ที่ชื่นชอบภาพแบบมาโคร
โหมด EXR Auto ดึงเอาจุดเด่นของ 3 เทคโนโลยีในตัวเซ็นเซอร์แบบใหม่ Super CCD EXR และปรับเลือกโหมดถ่ายภาพที่เหมาะสมกับรูปแบบนั้นๆ ให้อัตโนมัติ ด้วยการประเมินรูปแบบของภาพที่ผู้ใช้งานต้องการ
จุดเด่นของ Fujifilm Finepix S200EXR อีกอย่างหนึ่งคือสามารถเลือกรูปแบบการถ่ายภาพโดยจำลองคุณภาพแบบเดียวกับการใช้ฟิล์มของฟูจิ 3 ชนิดคือฟิล์ม Provia สำหรับถ่ายภาพทั่วๆ ไป ฟิล์ม Velvia สำหรับภาพที่ต้องการสีสันที่อิ่มตัวเป็นนพิเศษและฟิล์ม Astia สำหรับถ่ายภาพบุคคล ให้ได้ภาพที่นุ่มนวลและสีผิวที่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการสร้างสรรค์ภาพแบบอื่นๆ เช่น ขาวดำ หรือ ซีเปีย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาช่วยให้ได้ภาพที่สวยงามขึ้น และมีคุณภาพสูง เช่น ฟังก์ชั่น Pro Focus Mode และฟังก์ชั่น Pro Low-light Mode ซึ่งกล้องจะบันทึกภาพหลายๆ ภาพที่แตกต่างกันจากการกดชัตเตอร์ครั้งเดียว และนำภาพเหล่านั้นมาประมวลผลอีครั้ง ก่อนที่จะบันทึกเป็นไฟล์ภาพ ซึ่งทำให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด
การจำลองคุณภาพแบบเดียวกับการใช้ฟิล์มยอดนิยมของฟูจิ 3 ชนิดคือฟิล์ม Provia ฟิล์ม Velvia และฟิล์ม Astia
นอกจากความโดดเด่นที่กล่าวมาทั้งหมด Fujifilm Finepix S200EXR ยังสามารถถ่ายภาพคร่อมได้หลายแบบ อาทิ Film Simulation Bracketing ซึ่งกล้องจะบันทึกภาพ 3 รูปแบบคือ แบบฟิล์ม Provia, ฟิล์ม Velvia แลtฟิล์ม Astia เพื่อเลือกภาพที่ดีที่สุด Dynamic Range Bracketing กล้องจะบันทึกภาพที่ขนาดความกว้างของไดนามิกส์เรนจ์ 100%, 200% และ 400% อีกแบบหนึ่งคือ AE Bracketing กล้องจะบันทึกภาพด้วยค่าวัดแสงพอดี อันเดอร์ และโอเวอร์อย่างละหนึ่งภาพ เพื่อเลือกใช้งานภาพที่ดีที่สุดเช่นกัน ซึ่งมีประโยชน์มากในแง่การใช้งาน เพราะป้องกันความผิดพลาดลงไปได้มากทีเดียว
คุณสมบัติที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ จอมอนิเตอร์แบบ TFT ขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล มองเห็นภาพได้เต็ม 100% ปรับความไวแสงได้แบบออโต้ เลือกปรับตั้งเองได้ตั้งแต่ ISO100-3200 และปรับเพิ่มได้เป็น ISO6400-12800 จัดเก็บข้อมูลด้วย SD และ SDHC Card โดยมีหน่วยความจำในตัว 47MB แหล่งพลังงานได้จากแบตเตอรี่ Li-Ion NP-140 สามารถถ่ายภาพได้ 370 ภาพต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวกล้องมีขนาด 133 x 94 x 145 มม. น้ำหนัก 835 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)
คุณสมบัติที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ จอมอนิเตอร์แบบ TFT ขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล มองเห็นภาพได้เต็ม 100% ปรับความไวแสงได้แบบออโต้ เลือกปรับตั้งเองได้ตั้งแต่ ISO100-3200 และปรับเพิ่มได้เป็น ISO6400-12800 จัดเก็บข้อมูลด้วย SD และ SDHC Card โดยมีหน่วยความจำในตัว 47MB แหล่งพลังงานได้จากแบตเตอรี่ Li-Ion NP-140 สามารถถ่ายภาพได้ 370 ภาพต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตัวกล้องมีขนาด 133 x 94 x 145 มม. น้ำหนัก 835 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น