วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2552

ผลการประกบคู่ F.A. CUP รองรองชนะเลิศ

http://img.dailymail.co.uk/i/pix/2008/05_03/eonLogo_468x244.jpg
    http://www.sportsbusinessdaily.com/Content/Image/05-08-2008/ManU-Logo.jpg                                http://1.bp.blogspot.com/_gJqV5dUNjGY/RnKtlteuCDI/AAAAAAAAAlQ/I4lfS-iR7S8/s200/everton-logo.jpg            
 
แมนยู        -       เอฟเวอร์ตัน

https://capturesport.com/resources/images/australia/home/chelsea_logo.jpg                 http://www.bbc.co.uk/london/content/images/2005/05/18/arsenal_logo_203x152.jpg        

      
เชลซี       -  อาเซน่อล 

ผีไม่หนักชนปอร์โต-หงส์ซี้ดฟัดเชลซี 8 ทีมแชมเปียนส์ลีก

ถ้วยหูใหญ่ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก
       "แชมป์เก่า" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด งานเบาถูกจับให้เจอกับ ปอร์โต ทีมที่ถูกมองว่าอ่อนที่สุดในศึก ยูฟา แแชมเปียนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย หากผ่านไปได้มีสิทธิเจอ บียาร์ริล หรือ อาร์เซนอล ส่วน ลิเวอร์พูล เจองานหินไม่น้อยทำศึกสายเลือดกับ เชลซี หากทะลุไปได้ต้องจ๊ะเอ๋กับ บาร์เซโลนา หรือไม่ก็ บาเยิร์น มิวนิค
       
       ผลการจับสลากประกบคู่ในศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรกแข่งวันที่ 7 และ 8 เมษายน นัดสองแข่งวันที่ 14 และ 15 เมษายน
       บียาร์ริล (สเปน) พบ อาร์เซนอล (อังกฤษ)
       แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) พบ ปอร์โต (โปรตุเกส)
       ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) พบ เชลซี (อังกฤษ)
       บาร์เซโลนา (สเปน) พบ บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน)
       
       ผลการจับสลากประกบคู่ในศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรกแข่งวันที่ 28 และ 29 เมษายน นัดสองแข่งวันที่ 5 และ 6 พฤษภาคม
       แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) หรือ ปอร์โต (โปรตุเกส) พบ บียาร์ริล (สเปน) หรือ อาร์เซนอล (อังกฤษ)
       บาร์เซโลนา (สเปน) หรือ บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) พบ ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) หรือ เชลซี (อังกฤษ)

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552

เลอโนโวโชว์เดสก์ท็อป All-in-One


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เลอโนโว ได้เปิดตัวเดสก์ท็อปพีซีรุ่นล่าสุดจากตระกูลไอเดีย “IdeaCentre A600”หนึ่งใน All-in-One เดสก์ท็อปที่บางที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการออกแบบที่เน้นความบางเบาและนำสมัย พร้อมด้วยฟังก์ชันการทำงานที่ครบครันและเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงระดับคุณภาพ ด้วยหน้าจอขนาด21.5 นิ้ว แบบไร้กรอบ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการออกแบบนำสมัยบนพื้นที่ใช้สอยขนาดเล็ก ประกอบกับความบางเพียงหนึ่งนิ้ว ณ จุดที่บางที่สุดของตัวเครื่อง ทำให้ IdeaCentre A600 กลายเป็นหนึ่งในรุ่น All-in-One เดสก์ท็อปที่มีความบางมากที่สุด

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เดสก์ท็อปพีซีรุ่นดังกล่าว ยังโดดเด่นด้วยหน้าจอสัดส่วน 16:9 เพื่อการรับชมภาพพร้อมแสดงผลเสมือนกับรับชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ รวมทั้ง รองรับการทำงานร่วมกับระบบ 1920x1080 Full HD Resolution เพื่อการแสดงภาพที่มีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยลำโพงที่มีระบบเบส Sub-Woofer ระบบเสียงแบบ Dolby® Home Theatre™และดีวีดีที่สามารถบันทึกได้ (DVD-RW) เพื่อช่วยเติมเต็มประสบการณ์รับชมภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงภายในบ้าน และระบบดิจิตอล ทีวี จูนเนอร์ (Digital TV Tuner) เพื่อการรับชมและบันทึกรายการทีวีสุดโปรด ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้Microsoft Vista Media Center เพื่อการบันทึกรายการทีวีได้ง่ายขึ้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับผู้ที่ที่ชื่นชอบการเล่นเกมส์ เลอโนโวได้พัฒนาเครื่องรุ่นดังกล่าวให้มาพร้อมกับระบบรีโมทคอนโทรล 4-in-1 ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้รีโมทควบคุมการเล่นเกมส์ได้อย่างง่ายดาย โดยอาศัยที่การเคลื่อนไหวของวัตถุบนหน้าจอแสดงผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ระบบรีโมทคอนโทรล 4-in-1 จากเลอโนโวยังสามารถใช้เป็น VOIP Handset เพื่อการรับสายหรือโทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เสมือนการทำงานของโทรศัพท์บ้านแบบไร้สาย พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการควบคุมระบบความบันเทิงและทีวี

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า IdeaCentre A600 All-in-One มาพร้อมหน่วยประมวลผล Intel® Core™ 2 Duo T6600 เทคโนโลยีกราฟฟิกการ์ด ATI Radeon™หน่วยความจำ DDR3 memory สูงสุด 4GB รองรับการทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกัน ด้วยฮาร์ดไดร์ฟสูงถึง 640 กิกกะไบต์ เพื่อเก็บไฟล์วีดีโอ เพลง และเอกสารอื่นๆ กว่า 100 ไฟล์ และทำงานด้วยเสียงเงียบแต่มากด้วยประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีโมบายโปรเซสเซอร์ และอีกหลายฟังก์ชันเพื่อการเชื่อมต่อ อาทิ high-speed WiFi 6-in-1 media card reader พอร์ต USB ด้านข้าง พอร์ต FireWire และพอร์ต USB เสริมด้านหลังของตัวเครื่อง พร้อมด้วยเทคโนโลยี VeriFace™ Facial Recognition ระบบสแกนใบหน้าเจ้าของเครื่องเพื่อเข้าสู่การใช้งานเสมือนการใส่พาสเวิร์ด ส่วนราคาและการจัดจำหน่าย IdeaCentre A600 All-in-One จะมีวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนเมษายน 2552 เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นที่ 42,900 บาท


วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552

Review & Test LTD F-5E

LTD F-5E
มา Review เบสกันบ้างนะครับ เป็นเบสของ LTD รุ่น F-5E นะครับ โดยเบสรุ่นนี้มีการออกแบบที่ล้ำสมัยมากครับ ประกอบด้วยไม้เมเปิ้ล 5 ชิ้น คอเป็น มะฮ๊อคกะนีแบบ neck-thru ส่วน Body เป็น มะฮ๊อคกะนี และมี Flamed เป็น เมเปิ้ลนะครับ ที่สำคัญตัว Fingerboard เป็น ebony อีโบนี ด้วยครับ เห็น Spec ขนาดนี้แล้วจินตนาการเสียงได้เลยใช่ใหมครับว่า Sound จะต้องเนียวแน่นป็นแน่แท้ครับ



Specification

Neck-Thru-Body 35” Scale
Mahogany Body 
Ebony Top
5 Pc Maple/Mahogany Neck 
Ebony Fingerboard 
47mm Standard Nut
Extra Thin U Neck Contour
24 XJ Frets
Black Nickel Hardware
ESP Tuners 
ESP BB-605 Bridge
ESP SB-5 (B&N) p.u. w/ ESP ABQ-3 3-Band Active EQ











ทดสอบ
จากการออกแบบ จะล้ำสมัยอยู่สักหน่อยซึ่งเท่ห์มากๆ งานผลิตปราณีตมากๆครับ ดูเป็นของที่มีราคาสูง แต่จริงๆแล้วราคาย่อมเยา ครับ สำหรับรุ่น F-5E นี้จัดว่าเป็น โมเดลที่ออกใหม่เลยนะครับ  Pickup ใช้ของ ESP เป็นแบบ active ส่วนตัวมีความรู้สึกว่าเหมือน EMG ตัว เฟร็ตขนาด Jumbo 24 เฟร็ต  มี EQ 3 ทาง และปรับ Balance Volume ระหว่าง Pickup 2 ตัว เป็น Bass 5 สายครับ ผมทดสอบเสียง ตอนก่อนเล่นกะว่าเสียงจะต้องหนา บวมหนักๆ ปรับยาก ปรากฎว่าไม่ใช่ครับ เบสตัวนี้ให้เสียงที่กว้างมากพอสมควร จะปรับกลางๆ สำหรับ Slap ก็ได้ อ้วนหน้าก็ได้ ที่สำคัญเบสตัวนี้ให้เสียงที่คมชัดทุกๆโน้ต ทำให้ โทนเสียงมัน Support การเล่นกับ Band อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเน้นเสียงทุ้มมากเท่าใดก็ตาม ถือว่าเป็น Bass ที่ปรับเสียงให้ลงตัวตามต้องการได้อย่างง่ายดายครับ สำหรับ Action นั้นตั้งมาได้ดีมากจากโรงงานเลย 
สำหรับเสียงนั้นขนาด Action ที่ต่ำแล้วยังไม่มีเสียง Buzz กับตัว Fret เลยครับ ทำให้เสียงที่ได้ออกมาค่อนช้างเต็มเสียงเลย บางทีอาจจะเป็นพราะคอที่เป็น ebony รวมถึง body mahogany ช่วยส่งเสริมความเต็มอิ่มของทุกๆโน้ตก็เป็นไปได้ครับ 

สรุป
นี่คือเบสที่คุ้มค่าอีกตัวนึงเลยครับกับ Spec ที่สุดยอด ปรับ Sound ได้ง่ายและกว้างมาก ผมว่ามือเบสน่าจะมอง LTD เป็นอีกทางเลือกนะครับ

สนใจติดต่อ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด บูเซ่  แอนด์ ฮอคส์ : 02-2226403 ,  02-2235608,  02-2244996

ที่มา http://www.guitarthai.com/home.asp

Review & Test Angelo- COSMOS-1

Angelo- COSMOS-1
กีตาร์อีกรุ่นหนึ่งของ Angelo ตัวนี้รูปทรงออกจะดู Sport นิดนึงน่าะจะถูกใจชาว Rock นะครับ งานค่อนข้างละเอียดเป็นกีตาร์ที่มี Humbucking 2 ตัวเห็นแบบนี้แล้วไม่ต้องบรรยายเลยว่ามันต้องมาแนวโหดแหงๆ เลยครับ สีดำเงาแว็บ 


Specification

Body: Two Piece Centre Joint Basswood
Neck: 24 Fret,One Piece Carved Canadian Maple
Fingerboard: AAA Grade Indian Rosewood
Bridge: Angelo LT-1 Fixed Bridge
Switching: 3 way toggle
Pickups: Two 59’Custom HumBucker style
Hardware: Polished Nickel















ทดสอบ
ผมรู้สึกว่ากีตาร์ตัวนี้ทั้งตัว Shape และ ตัวคอ ทุกอย่างดูมันเข้ามือและเข้าตัวมากๆ ด้วยส่วนเว้าโค้งที่เข้ากับ สรีระของตัวคนมากๆ พอสะพายแล้ว เข้าล๊อคเลย กีตาร์ตัวนี้บอดี้ผลิตจากไม้ Centre Joint Basswood 2 ชิ้นซึ่งส่วนใหญ่กีตาร์ที่ดีจะใช้ไม้ไม่ค่อยจะเกิน 2 ชิ้น เพื่อรักษา Sustain เอาไว้ ตัวคอทำด้วยไม้ Carved Canadian Maple มี 24 Fret ที่ชอบนี่คือ Finger Board นี่เป็น Indian Rosewood แต่สีสวยมากครับ ส่วน Pickup เป็น Two 59’Custom HumBucker style ซึ่งเป็นการออกแบบของ Angelo 

เริ่มต้นทดสอบกับตู้แอมป์ตั้งที่ Flat เหมือนกันทุกดครั้ง ทดสอบเสียง Clean กีตาร์ตัวนี้เป็น Switch แบบ 3 ทาง ผมลองกัน Pickup ตัวใกล้ Bridge ก่อน เสียงออก กลางแหลมเยอะครับ แต่ก็ยังมีความหนักแน่นอยู่ หมายถึงเสียงค่อนข้างจะนิ่งยาว ผมว่าอาจจะเป็นเพราะเป็น Fixed Bridge ก็ได้ทำให้เสียงจะนิ่งชัดเจน ทดสอบผสมทั้ง 2 Pickup เสียงกลางจะชัดมาก น่าจะสับคอร์ดได้ค่อนข้างมันส์ จากนั้นทดลอง Pickup ตัวใกล้คอ เสียงหนาดีครับ ผมว่าน่าจะเป็นเพราะการออกแบบให้เป็น Fixed Bridge บวกกับ 59 Humbucking นี่แหละ ทำให้บอดี้แบบนี้ เสียงหนาขึ้นมาได้ครับ

สำหรับภาคเสียง Drive ผมทดสอบกับ Gain หน้าตู้อย่างเดียวไม่ได้ใช้ตัว Boost อะไรเพิ่มครับ เสียงคมชัด เป็นตัวๆครับ ไม่มีเสียงพร่าๆออกมา ถ้าเป็นคนชอบเล่นเพลงบรรเลงล่ะก็ผมว่าเหมาะเลยครับ น่าจะได้ Sound ที่เน้น Melody ชัดๆครับ

สรุป
Angelo- COSMOS-1 เป็นกีตาร์ที่เสียงคมใส เหมาะกับผู้ที่ปราณีตในเรื่องของ Melody ที่ชัดเจนนะครับ 

สนใจติดต่อ
Angelo Outlet
18/5 ซอย สุขุมวิท 56 ไกล้รถไฟฟ้าอ่อนนุช
083-618-8893

Review & Test ICON รุ่น Beetles Electric Guitar

ICON รุ่น Beetles Electric Guitar 
ครั้งนี้เรามาทดสอบ Wireless สำหรับกีตาร์กันบ้างนะครับ สำหรับนักดนตรีที่ต้องการความสะดวกในการเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ บนเวทีได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องคอยรำคาญกับสายเคเบิ้ลที่เกะกะอีกต่อไป วันนี้เรามี Wireless Guitar ยี่ห้อ ICON โดย Music Craft เป็นผู้นำเข้าส่งมาให้ทดสอบนะครับ
 









ลักษณะทั่วๆไป
ICON รุ่น Beetles Electric Guitar เป็นชุด Wireless Guitar ที่มาพร้อมครบชุดเลยครับมีทั้งตัวรับ และตัวส่ง ขายพร้อม ในกล่องเดียวกันเลย ไม่ต้องแยกซื้อให้ยุ่งยาก น้ำหนักเบาๆมากๆ การออกแบบดูแล้วล้ำสมัยครับ

ตัวรับ Receiver จะมีเสาอยู่สองเสา ซึ่งพับเก็บได้เวลาขนย้าย มีปุ่ม Power ปิด เปิด และปุ่ม Volume ปรับความดังค่อย การปรับแต่งมีเท่านี้ ใช้งานไม่ยุ่งยาก ส่วนที่ตัวส่ง จะติดอยู่ที่ตัวกีตาร์ มีแจ็คเสียบ จะมีเสาเล็กๆ ไม่เกะกะครับ

ที่ตัวรับจะใช้ถ่าน 9 V ก้อนเดียว ส่วนที่ตัวส่งใช้ถ่าย AA ก้อนเดียว เท่านั้น แค่นี้ครับ 

Specification 

ตัวรับ Beetles Receiver
Oscillation Type PLL Controlled
Frequencies Range 780MHz – 820MHz ( 12 Channels )
De-emphasis 50u/sec
Level Control Audio Level Volume, Squelch Level Control
Display PEAK (Red), RF (Green), Low Batter (Red), ON (Red)
Receiving Sensitivity More than S/N60dB at 22dBuV inpt
Squelch Sensitivity 17dBuV ±4dBV
T.H.D. Less than 1% (AF 1KHz)
S/N Ratio More than 90dB(IHF-A)
Audio Output Level +8dBV max
Output Impedance 300 ohms
Power (DC-9V 400mA) 9V battery
Current Consumption less than 65mA
Antennas Dual 1/4 wave length rod antennas

ตัวส่งBeetles Transmitter
RF Output Power 3mW
Maximum Input Level +3dBV
Input Impedance 30K ohms
THD <2%
Audio Frequency Reponse 50Hz ~ 15KHz (±3.5dB)
Display ON (Red)
Power 1.5VTypical, 1.05V Minimum, 2V Maximum
Current Consumption 60mA typ

ทดสอบกันเลย
ผมแกะกล่อง ใส่ถ่าน โดยทดสอบกับกีตาร์ ES 335 เป็น Semi เพราะต้องการทดสอบเสียงแบบไฟฟ้า และ กึ่งๆไปทางอคูสติค เพราะอยากฟังความชัดเจนของเนื้อเสียงกีตาร์ โดยต่อตัวรับไปที่ แอมป์ Fender Twin Reverb โดยปรับ volume ที่ 100 % เลยครับ เสียงที่ได้ผมพบว่าเสียง Bass จะค่อนข้างมาก ผมเลยลด Volume มาเหลือ 80% เสียงที่ได้ไม่บวม กำลังดีเลยครับ ชัดเจนทุกๆโน้ต ไม่มี Delay เลยดีดออกมาแบบใด เสียงมาตามที่ดีดเลยครับ ผมเปรียบเทียบกับสายเคเบิ้ล พบว่าไม่แตกต่างกันในแง่ของ ความ Delay ของสัญญาณนะครับ จึงตอบได้เลยว่ามันใช้แทนสายเคเบิ้ลได้เลย ส่วนเรื่องของเสียงนั้น เทียบกับเคเบิ้ลไม่ได้ เพราะเคเบิ้ลมันแยกประเภทของสายไปอีกเยอะมาก ตามแนวเพลงที่ต้องการ แต่ถ้าถามว่าใช้แทนเคเบิ้ลได้หรือไม่ ตอบได้เลยว่าได้เลยครับ

จากนั้นผมทดสอบโดยเน้นที่ความแรงของสัญญาณ โดยเดินไปเดินมา หมุนตัวไปมา กระโดดบ้าง ว่าเสียงจะยังต่อเนื่องอยู่หรือไม่ ก็ผลที่ได้คือชัดเจนต่อเนื่องไม่มีหลุดครับ สุดท้ายเลยผมทดสอบ โดยเดินไปอีกห้อง ที่มีผนังกัน เสียงก็ยังชัดเจนเหมือนเดิม คราวนี้ ทดสอบโดย ขึ้นไปอีกชั้นบนเลย ก็เสียงยังชัดเจนเหมือนเดิม เป็นเพราะว่าใช้คลื่น UHF นั่นแหละครับ

สรุป
ICON รุ่น Beetles Electric Guitar เป็น Wireless Guitar คุณภาพสูง ราคาถูกมากๆ ขอบอกครับ และที่สำคัญใช้คลื่น UHF ความแรงของสัญญาณนั้น หายห่วง เหมาะกับนักดนตรีที่ต้องเล่น Live และต้องการความคล่องตัวสูง สำหรับนักเรียนนักศึกษานี่ซื้อใช้ได้เลยครับ ราคามันไม่แพงครับ และได้คุณภาพแบบมืออาชีพด้วยครับ ไม่ควรพลาดครับ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และสอบถามข้อมูล ได้ที่  
Muzic Craft   ( มิวสิคคราฟท์ ) 
  
www.MuzicCraft.com
   Tel: 0-2882-3171  Hotline : 08-5070-1549  ,  
E-mail : muziccraft@hotmail.com  
  และสามารถทดลองใช้งานได้ที่ Show Room ของ Muzic Craft


ที่มา http://www.guitarthai.com/home.asp

Review & Test Line6 Micro Spider

Line6 Micro Spider 
วันนี้เรามากับสินค้าของ Line6 อีกครั้งเป็น แอมป์กีตาร์ขนาดเล็กมาก พกพาสะดวก คือ Micro Spider เป็นแอมป์เล็กมากๆ แต่ครบเครื่องด้วย Effect และ Amp Model โดยเลือกเอา ชุด Model ของ ตระกูล Spider III มาสี่แบบ และเพิ่มสำหรับ Acoustic มากอีก 1 แบบ







ลักษณะทั่วๆไป
มีขนาดเล็กมากๆ หิ้วไปมาสะดวก มีช่อง Input ให้ครับทั้งกีตาร์, ไมโครโฟน, CD-MP3 Player, มี Direct OUT และ Headphone เหมาะใช้ซ้อมกีตาร์เป็นอย่างยิ่ง ตัวตู้มีสีดำ ด้านหลังมีช่องเปิดใส่ถ่าน และมีช่องเสียบ Adaptor ในกรณีที่ใช้ไฟฟ้า

Specification

SOUNDS 
Four Spider III amp models and one acoustic guitar model

  • Clean
  • Crunch
  • Metal
  • Insane
  • Acoustic
Three tone stack controls 
  • Bass
  • Mid
  • Treble
Six Smart Control FX 
  • Chorus/Flanger
  • Phaser
  • Tremolo
  • Sweep Echo (with Tap Tempo)
  • Tape Echo (with Tap Tempo)
  • Reverb
  • Five User-Programmable Channel
ทดสอบกันเลยครับ
Micro Spider นี้ใช้ลำโพงขนาด 6.5 นิ้วนะครับ แต่เสียงที่ได้นี่ใหญ่เกินตัว ผมลองกับกีตาร์ทรง Strat โดยลองเสียง Clean ก่อน ใช้ Amp Model นี่แหละ เสียงจาก Amp Model จะไม่อธิบายมากเนื่องจาก เป็นคุณสมบัติเสียงของตระกูล Spider III อยู่แล้ว หาอ่านได้ใน รีวิวที่ผ่านๆมา แต่ผมต้องการฟังเสียงว่าลำโพงเล็กขนาดนี้ จะได้เนื้อเสียงของกีตาร์ครบหรือไม่ ว่าแล้วก็ลองเสียง Clean เลย เสียงที่ได้ แยกไม่ออกว่ามาจำลำโพงเล็กครับ อาจเป็นเพราะ Amp Model นี่แหละที่ช่วยจัดการย่านความถี่ให้เสียงออกมาได้ถูกต้อง จากนั้น ลอง Acoustic ฟังผ่านๆ จะนึกว่าเป็น Acoustic กีตาร์ครับ 

ที่ตัว EQ มีให้ปรับอยู่ 3 แบบคือ Bass Mid Treble ก็ครบตามที่ต้องการ คราวนี้มาลองภาพ Effect ดูบ้าง ก็มีมาให้ครบตามที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละแนวเพลงพึงจะต้องมีครับ ผมชอบที่ Echo มันมี Tap Tempo มาให้ด้วยครับ และที่สำคัญมี Tunner มาให้ด้วยครับ แถมบอกคีย์เป็น LED มาด้วยเลยดูชัดเจนดีครับ 

สุดทัายที่สำคัญ สามารถตั้งโปรแกรมได้อีก 5 โปรแกรมนะครับ แอมป์ Micro ยี่ห้ออื่นๆจะไม่มีในส่วนนี้ครับ

สรุป
Line6 Micro Spider เป็นแอมป์พกพาขนาดเล็กเหมาะไว้ซ้อม ได้แบบครบวงจร เนื่องจากมี ทั้ง Amp Model และ Effect ที่จำเป็น และที่สำคัญใช้ร่วมกับอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อใช้ซ้อมเช่น CD-MP3 ได้อีกต่างหาก

สนใจติดต่อ 
46 อาคารมหาจักร ชั้น 4 สุขุมวิท ซอย3 ถนนสุขุมวิท วัฒนา กรุงเทพฯ10110 
โทร : (662)254-3317-9 แฟกส์ : (662)253-4985

Review & Test Ibanez Montage MSC 700 NT

Ibanez Montage MSC 700 NT

 กีต้าร์อกีหนึ่งตัวภายใต้แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Ibanez ได้ฉีกกฎเกณฑ์และการดีไซด์จากที่เคยมี  ต้องบอกเลยว่าสำหรับใครที่รักเสียงแบบอะคูสติกทั้งหลาย โดนใจกันแน่นอน  ความสามารถของเจ้าตัวนี้ นั้นเป็นได้ทั้งกีต้าร์อะคูสติกและยังเป็น semi กีต้าร์ได้สำหรับชาวแจ๊สอีกด้วย นี่คือหลักๆ แต่ยังมีอะไรมากกว่านั้นอีกเยอะครับ ว่ากันแล้วเรามาดู spec  กันก่อนเลยดีกว่า 

Specification 
BackSides:             Rosewood Back and Sides
GtrTop:                   Solid Cedar Top
Tuners:                  Ibanez Gold Die-Cast Tuners with Brown Pearloid Knobs 
Pickup:                   B-Band® UST Pickup & Ibanez AP9 Magnetic Pickup
Electronics:           Ibanez HBP Multi-Function Preamp with Onboard Tuner
Outputs:                 TBA
Fretboard:             Ebony Bridge and Fretboard
Saddle:                  Ivorex II ™ Nut and Saddle
BridgePins:            Advantage™ Bridge Pins
Strings:                  D'Addario® EXP™ Strings
Finishes:                Natural High Gloss Finish













ทดสอบ 
ครั้งแรกอาจจะเกิดอาการงงๆกันบ้างเล็กน้อยครับกับปุ่มปรับมากมายมหาศาล เราค่อยๆดูไปเป็นส่วนๆกันเลยครับ  แรกเลยนั้นจากทรงและองค์ประกอบหลายๆอย่างนั้นมันคือการดีไซดืออกมาเพื่อชาวแจ๊สโดยเฉพาะ แต่อาจจะเป็นแจ๊สพวกแหกคอก เพราะนอกจากจะเป็นคลีนกีต้าร์แล้ว ยังเป็นอะคูสติกและดิสทรอชั่นในตัวอีกด้วย  สวิตหลักมีให้ปรับสามทาง บนสุดคือ เสียงคลีน ,กลางคือเสียงอะคูสติก และล่างเป็นอะไรที่พิเศษมากๆครับคือเสียง ดิสทรอชั่นนั้นเอง  ส่วน  volume  แยกใช้งานอิสระกับแต่ละคลิกครับ จะมีอีกปุ่มที่แยกออกจากระนาบเดียวกันนั้นก็คือ ปุ่มสำหรับเร่งเสียงของดิสทรอชั่น pick up ที่ใช้ก็มีทั้ง อะคูสติก pick up และ  magnatic picup ที่เป็นของ Ibanez เองเลย มาว่ากันเรื่องของเสียงเลยครับ ผมเทใจให้กับซาวด์อะคูสติกและเสียงคลีนของตัวนี้เลยครับ จะเป็นงานที่ใช้กีต้าร์อะคูสติกหรือ ออกรอบกับงานแจ๊สผมว่าชนได้สบายๆ แต่ภาคของเสียงดิสทรอชั่นยังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะกีต้าร์แบอะคูสติกนั้นจะผสมเสียงกับดิสทรอชั่นนั้นเปนเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ ส่วนตัวแล้วน่าจะนำเจ้าตัวมาใช้กับพวก Stomp Box แยกกันต่างหากน่าจะได้เสียงที่ดีกว่านี้มากๆ จุดเด่นสำคัญอีกอย่างคือ ระบบ EQ ที่มีมาให้ในตัวเพียบพร้อมด้วย แผงอีคิว แหลม,กลาง,ต่ำ  รวมถึง Tuner และการปรับรีเวิร์บ เพื่อช่วงเสียงอะคูสติก แต่ก็ใช้งานกับภาคของเสียงอื่นๆได้ด้วยเช่นกัน อีกอย่างคือกีต้าร์ตัวนี้ใช้ถ่านขนาด AA  สี่ก้อน

สรุป 
รูปทรงจากภายนอกผ่านสบายๆ  เรื่องของเสียงอย่างที่บอกครับว่า เสียงคลีนกับอะคูสติกผ่านครับ ได้เนื้อเสียงเสียง ครับ และหากจะว่าไปแล้วกีต้าร์ตัวนี้สามารถลุยงานได้ดีครับ แต่ติดแค่เสียงของดิสทรอชั่นเท่านั้นเองทียังไม่โดนเท่าไหร่ จัดว่าเป็นกีต้าร์ตัวนึงที่ครบเครื่องเอามากๆครับ

สนใจติดต่อที่ 
ฮงเซ้งมิวสิคแอนด์ซัน 
121-125 ซ . เวิ้งนครเกษม 2 ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธ์วงศ์ กทม . 10110 
Tel 0-2221-8763 , 0-2221-6775


ที่มา  http://www.guitarthai.com/home.asp

Review & Test Ibanez TS 808 Handwire

Ibanez TS 808 Handwire

Ts808 หนึ่งในตำนานของ Ibanez ด้วยพลังสีเขียวที่มัดใจมือกีต้าร์แทบทุกรายมาแล้ว เรียกว่าใครก็ตามที่หันเข้าสู่วงการ stomp box เมื่อไหร่ต้องรีบเก็บเจ้าตัวนี้เข้ากรุอย่างทันที หรือถ้าหาราคาบวกกับความหายากที่จะเอาแบบเดิมๆนั้นไม่ลงตัว ก็อาจจะหันหา Ts9 ซักตัวก็พอทดแทนกันได้ครับ และวันนี้Ibanez ได้เปลี่ยนโฉมใหม่อีกครั้งสำหรับเจ้าตัวเขียวตัวนี้ TS808 ด้วย Ibanez ได้ปรับเปลี่ยนหลายอย่างทีเดียว ตั้งแต่รูปทรงที่ออกมาเป็นรถถังมากกว่าเดิม โทนสี รวมถึงปุ่มต่างๆที่ดูสอดรับกันเป็นอย่างดีเยี่ยม  รวมถึง การเป็น  Handwire ซึ่งเป็นงานที่ทำจากมือนั้นเอง 

ทดสอบ 
อย่างที่บอกไว้ว่าเจ้าตัวนี้นั้นมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง และจุดขายที่ทุกคนอยากลองและให้ความสนใจกับเจ้าตัวนี้ก็คือ เสียง นั้นเอง ผมได้ลองเทียบกับ ทั้งTs808 แบบเดิม และ Ts9 ว่ากันแล้วก็ลุยเลยครับ 
เสียงที่ได้ออกมา ส่วนตัวแล้วคิดวาแทบลืมเสียงของเจ้าตัวเขียวเดิมๆกันเลยครับ เพราะเจ้าตัวนี้ทั้งอุ่น,หนาและได้เนื้อเสียงเต็มๆ โทนที่ออกดีมากๆ ไม่มีคำว่าบี้แน่นอน เล่นแล้วมันส์มือมากครับ  ผมลองหันมาใช้กีต้าร์พวก Semi ผลที่ออกมาก็คือ การทำหน้าที่บูทเสียงคลีนทำได้ดีมาก ได้ตามใจต้องการ ใครท่เจอปัญหากีต้าร์เสียงไม่หนาพอ เจ้านี้เลยครับแนะนำ หรือภาคของเสียงแตกนั้น อยากให้นึกถึงเสียงกีต้าร์ John Scofield ที่ให้ความรู้สึกหนืดๆ บอกเลยครับยังไงยังนั้นเลย เพรา เสียงแตกทั่วไปแล้วหากเจอกีต้ารืที่ เป็น Semi นั้นจะทำให้เสียงเปลี่ยนอาจจะออกแหลมนิดหน่อย แต่เจ้าตัวนี้คงเส้นคงวา เสียงนิ่งมากๆ



สรุป 
เจ้ารถถังตัวนี้ได้ใจไปอย่างเต็ม สมบูณร์แบบในทุกๆด้าน ให้ 10 ดาวเลยครับ   แต่ขณะเดียวกันนั้นราคาอาจจะสูงตามคุณภาพ  รวมถึงจุดนึงที่ค่อนข้างขัดใจนิดหน่อยครับกับช่องจ่ายไฟ ที่ดีไวด์เป็นรูเล็กแบบ Rat ในที่นี้ทางบริษัทมีตัวแปลงพร้อมมาให้อยู่แล้ว ต้องเก็บรักษาเป็นอย่างดี หรือจะใช้เป็น ถ่านก็ได้ครับ

สนใจติดต่อที่ 
ฮงเซ้งมิวสิคแอนด์ซัน 
121-125 ซ . เวิ้งนครเกษม 2 ถนนเจริญกรุง เขตสัมพันธ์วงศ์ กทม . 10110 
Tel 0-2221-8763 , 0-2221-6775

ที่มา http://www.guitarthai.com/home.asp

Review & Test E-MU รุ่น 0404 USB 2.0 Audio/Midi Interface

E-MU รุ่น 0404 USB 2.0 Audio/Midi Interface

สวัสดีครับคราวนี้ทดสอบเกียวกับ Computer Music กันบ้างนะครับวันนี้เรามาทดสอบ Audio/Midi Interface ของ E-MU รุ่น 0404 USB 2.0 นะครับ จุดเด่นของรุ่นนี้ผมเห็นได้ชัดเลยคือ ทำงานได้ละเอียดถึง 192 KHz/24-bit แต่จริงๆเราใช้ไม่ถึงหรอกครับ แต่มันก็ทำได้จริงๆครับ และใช้ Preamp XTC ซึ่งเชื่อมต่อสัญญาณได้หลายแบบครับ Mic/Hi-Z/Line และมีปุ่มควบคุม ทั้ง Direct Monitor , Main Output รวมถึง Headphone คือสะดวกมากครับ ใช้ Midi ได้ด้วยครับ โดยในกล่องที่แถม Software มาให้นั้นมีทั้ง Sonar LE, Live Lite 4, Cubase LE, Amplitube LE อื่นๆอีกครับ





Specfication
Sample Rates: 44.1, 48, 88.2, 96, 176.4, 192kHz from internal crystal (no sample rate conversion)* 
Bit Depth: 24-bit I/O, 32-bit processing 
USB 2.0 Hi-Speed 
- Full 24-bit resolution at all sample rates 
- 4in/4 out channels from 44.1-96kHz 
- 2 in/2 out channels from 176.4-192kHz 

Zero-latency direct hardware monitoring (disabled at 176.4-192kHz) 
Windows: ASIO2, WDM, MME - AC3 and DTS Passthru supported 
Macintosh: Apple CoreAudio and CoreMIDI - AC3 and DTS Passthru supported 
Anti-Pop speaker protection minimizes noise during power on/off 
Ultra-low jitter clock subsystem: < 500ps RMS in PLL mode (48kHz, Coaxial S/PDIF Sync

 

ทดสอบ
ติดตั้งไม่ยุ่งยากผมทดสอบกับเครื่อง iMac มี Software มาให้ลงแล้วพร้อมใช้เลยไม่ยุ่งยากครับ อันดับแรกทดสอบกับเสียงร้องก่อนนะครับต่อ Microphone แล้วลองอัดเลยครับ ผมพบว่าเสียงดีกว่าหลายๆยี่ห้อที่เคยลองมาครับ Preamp ทำหน้าที่ Boost เสียงได้เต็มอิ่มเกินคาดครับ สำหรับภาค input นี้ ตัว 0404 ทำได้ทั้ง analog mic และ optical digital S/PDIF แล้วแต่เลือกใช้รวมถึง มีภาค Midi มาด้วยครับ จากนั้นผมลองอัดเสียงเครื่องดนตรีบ้าง โดยใช้ร่วมกับ Amplitube เพื่ออยากเล่นเสียงจาก Amp Model และ Effect ต่างๆครับ ผลที่ได้พอใจอย่างมากเนื่องจาก ไม่มีความหน่วงอยู่เลย อันนี้แปลกใจครับอาจจะเป็นเพราะ USB 2.0 ตัวใหม่นี้ก็เป็นได้ เพราะปกติผมจะเล่นกับ Firewire เป็นหลักครับ ในความคิดผม ผมมองว่า USB ไม่น่าจะทำงานได้เร็ว หรือถ้าต้องการให้เร็ว CPU จะต้องแรงมากๆ แต่ 0404 USB นี้ ไม่ค่อยโหลด CPU ซักเท่าใดนักครับ และยังคงซึ่ง Low latency ด้วย ผมว่า E-MU พัฒนาส่วนนี้ได้ดีมากเลยครับ ส่วนเสียงที่อัดกีตาร์เข้าไปนั้น คมชัดและตรงจังหวะดีครับ ส่วนความหนาของเสียง Dynamic Range นั้นดีมากครับ ได้ยินครบทุกย่านเสียง กลางก็มา ปลายแหลม ก็ชัดครับ ผมว่า Preamp ของ 0404 USB นั้นเยี่ยมยอดครับ สำหรับ ภาค Midi ผมว่าก็ดีที่มีมาให้ แต่ปัจจุบันผมใช้น้อยลงเยอะครับ เพราะตั้งแต่มี USB ที่ Convert ไป MIDI ผมก็ว่ามันก็ทำงานได้เหมือนกัน แต่มีมาให้ด้วยก็ถือว่าคุ้มค่ามากครับ

สรุป
E-MU 0404 USB เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากในการทำงานเพลง ครับราคาไม่แพง และได้ Feature ที่มืออาชีพใช้งานได้ครบเลยครับ ชอบที่มี ปุ่ม Control ตัว Volume ของทุกๆ input เลยด้วย และที่สำคัญใช้ USB 2.0 แต่ไม่ได้ช้าอย่างทิ่คิดเลยครับ ไม่ โหลด CPU ด้วย สำหรับนักดนตรีที่ไม่มีเครื่องที่ใช้ Port Firewire ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่ๆครับ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และสอบถามข้อมูล ได้ที่  
Muzic Craft   ( มิวสิคคราฟท์ ) 
  
www.MuzicCraft.com
   Tel: 0-2882-3171  Hotline : 08-5070-1549  ,  
E-mail : muziccraft@hotmail.com  
  และสามารถทดลองใช้งานได้ที่ Show Room ของ Muzic Craft


ที่มา http://www.guitarthai.com/home.asp

Review & Test Line6 BackTrack + Mic ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ

สวัสดีครับครั้งนี้เรามาทดสอบเครื่องอัดเสียงกันบ้างนะครับ แต่ไม่ใช่แบบธรรมดาแน่นอน มันออกแบบมาสำหรับให้ตรงกับ Life Style ของนักดนตรีครับ คือนักดนตรีจะต้องแต่งเพลงหาไอเดีย เจ้าตัวนี้ มันเหมาะเลยละครับ มันมีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือพกพาได้ ใช้อัดได้ตามต้องการเลย นั่นคือ Line6 BackTrack + Mic 



Specification
• Up to stunning 24-bit, 48 kHz audio
• Up to 24 hours of audio capture
• 1/4-inch guitar input
• 1/4-inch output
• Microphone with gain control
• 1/8-inch headphone/Line out
• Drag .WAV files to your computer via USB 2.0
• Rechargeable via USB
• Over 8 hours of battery life
• Looped playback

ทดสอบกันเลยครับ
สังเกตุจากรูปจะเห็นช่อง Mic อันใหญ่ด้านข้างไว้อัด Live Recording ได้เลยจากตัวเครื่อง คุณจะอัดอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะดนตรี หรืออัดเสียงสัมภาษณ์ หรือ ฟังอาจารย์สอนในห้องเรียนก็ได้ ส่วนด้านหน้าจะเห็นช่อง Input และ Output โดยจะเสียบเครื่องดนตรีอะไรก็ได้ เช่น กีตาร์, เบส, หรือ อื่นๆก็ได้ เป็น Mono Input และ อัดตรงเข้าไปใน Backtrack เลย ส่วนตัวช่อง Output ก็ต่อออก Amp หรือ effect อื่นๆได้เช่น POD เป็นต้น และด้านหลังจะมีช่องต่อ Headphone และมี Volume ปรับลดหรือเพิ่มความดังของเสียงได้ ด้านหลังมีที่ติดคลิป สำหรับหนีบติดกับเข็มขัด หรือสายสะพายกีตาร์ก็ได้ เวลาที่ใช้พกพา ส่วนในเรื่องของ Battery จะ Charge ผ่านสาย USB คือทุกๆครั้งที่ ที่ไฟแสดงสถานะ จะมีสีบอก คือ สีฟ้า กับสีแดง จะอยู่ใน Record Mode ส่วน สีเขียวจะเป็น Playback Mode 



ผมทดสอบอัดง่ายๆ โดยอัดเสียงจาก ไมค์ ในตัวเครื่อง ได้เสียงที่เหมือนต้นฉบับไม่มีผิดเลย จากนั้นอัดกีตาร์ เสียงที่ได้ออกมาคือตั้นฉบับจริงๆครับ คือเสียงมันดีกว่า CD quality จากนั้นลองเอา Output ออกไปที่ POD เพื่อใส่ Effect เพิ่มคืออยากลองดูว่ามันจะได้ความรู้สึกเหมือนกับเล่นสดๆ หรือไม่เวลาผ่าน Effect หลังจากที่อัดเสียงลงไปแล้ว ปรากฏว่าเหมือนกับเล่นสดจริงๆ ทั้ง Dis,Drive ไม่ผิดหวังเลยครับ

ส่วนไฟล์เสียงที่อัดเก็บไว้แล้ว จะเอาออกมาใช้งานต่อในคอมพิวเตอร์ก็ไม่ยากครับ แค่ต่อสาย USB ก็จะเห็น Backtrack Folder เรา Copy ออกมาได้เลยครับ สำหรับการปรับแต่งอื่นๆ ที่ Backtrack จะมี Control panel ซึ่งจะต้องติดตั้งกับแผ่น Software ที่มีมาให้ครับ โดยจะสามารถปรับแต่งค่าต่างๆเช่นความไวของการรับสัญญาณ ไมค์ เป็นต้น 

สรุป
นี่เป็นเครื่องอัดที่มีไอเดียในการออกแบบที่ลงตัวมากในการคิดค้นมาแล้วว่าสิ่งที่จะเป็นที่สุดสำหรับมือกีตาร์ และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ มันลงตัวกับวิถีชีวิตของนักดนตรีในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยคุณคิดอะไรคุณก็เล่นบันทึกมันไปเรื่อยๆด้วยคุณภาพเสียงที่สุดยอด มันพร้อมที่จะเอาไอเดียที่เราคิดไปเรื่อยๆ แต่เผอิญถ้าเกิดเราชอบสิ่งที่เราอัดเล่นๆนั้น มันเอาไปใช้ทำงานได้จริงเลย และที่สำคัญสะดวกพกพาติดตัวไปได้ทุกที่ครับ

สนใจติดต่อ 
46 อาคารมหาจักร ชั้น 4 สุขุมวิท ซอย3 ถนนสุขุมวิท วัฒนา กรุงเทพฯ10110 
โทร : (662)254-3317-9 แฟกส์ : (662)253-4985 

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552

Fujifilm FinePix S1500

กล้องดิจิตอลคอมแพครุ่นใหม่จากฟูจิฟิล์ม โดดเด่นที่ความสามารถในการปรับซูมได้สูงถึง 12 เท่า ทางยาวโฟกัส 33-396 มม. และความละเอียด 10 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับฟังกืชั่นการทำงานที่ก้าวหน้าหลายอย่าง อาทิ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบคู่ ระบบโฟกัสติดตามวัตถุอัตโนมัติ ระบบปรับซูมอัตโนมัติ ระบบบันทึกภาพพาโนรามา เป็นต้น

Fujifilm FinePix S1500 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CCD ขนาด 1/2.3 นิ้ว มีความละเอียด 10 ล้านพิกเซล บันทึกได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ โดยมีขนาดไฟล์ภาพนิ่งใหญ่สุด 3648 x 2736 พิกเซล ปรับลดได้เหลือ 640 x 480 พิกเซล ในฟอร์แมท JPEG และภาพเคลื่อนไหวบันทึกด้วยฟอร์แมท AVI (MPEG) ขนาดไฟล์ 640 x 480 พิกเซลที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที และขนาดไฟล์ 320 x 240 พิกเซลที่ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที

เทคโนโลยีใหม่ที่นำมาใช้งานในรุ่นนี้คือ ระบบ Tracking Auto Focus โดยกล้องจะทำการโฟกัสติดวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวอัตโนมัติโฟกัส ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดตลอดเวลา ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบสองต่อ Dual Image Stabilisation กล้องจะปรับชิฟท์เซ็นเซอร์ภาพตามทิศทางการสั่นไหวและปรับเพิ่มความไวแสงอัตโนมัติ เพื่อจับจังหวะการเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่งด้วย โดยความไวแสงสามารถปรับด้วยตัวเองได้สูงถึง ISO 3200 นอกจากนี้ยังมีระบบ Face Detection ตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ ซึ่งนอกจากจะปรับโฟกัสที่ใบหน้าแล้ว ยังคำนวณสภาพแสง ปรับแก้ไวท์บาลานว์ รวมทั้งแก้ตาแดงที่เกิดจากการใช้แฟลชให้โดยอัตโนมัติด้วย

Fujifilm FinePix S1500 มีโหมดถ่ายภาพให้ใช้งานทั้งแบบโปรแกรมสำเร็จรูป อย่าง Scene Mode และโหมดก้าวหน้า อาทิ โปรแกรม ออโต้รูรับแสง ออโต้ความเร็วชัตเตอร์และแมนนวล พร้อมโหมดถ่ายภาพแบบพาโนรามา เพื่อเก็บภาพวิวทิวทัศน์ หรือภาพหมู่จำนวนมากได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถวางเรียงต่อกันได้ 3 ภาพ นอกจากนี้ Fujifilm FinePix S1500 ยังถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วถึง 3.3 ภาพต่อวินาที ต่อเนื่องสูงสุด 6 ภาพที่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และปรับได้สูงสุด 7.5 ภาพต่อวินาที ต่อเนื่องสูงสุด 15 ภาพ แต่ความละเอียดจะลดลงมาเป็น 2 ล้านพิกเซล

คุณสมบัติอื่นๆ อาทิ จอมอนิเตอร์มีขนาด 2.7 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล จัดเก็บข้อมูลภาพถ่ายด้วย SD card และ SDHC card โดยมีหน่วยความจำในตัว 24 MB โอนถ่ายข้อมูลผ่านทาง USB 2.0 Hi-Speed แหล่งพลังงานได้จากแบตเตอรี่ AA 4 ก้อน ซึ่งใช้ได้ทั้งแบบอัลคาไลน์ แบบ Ni-MH และแบบ Lithium ตัวกล้องมีขนาด 103 x 73 x 68 มม. น้ำหนัก 325 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)

**NEW** Fujifilm FinePix Z33 WP



**NEW** Fujifilm FinePix Z33 WP
  • กล้องดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ความละเอียดสูง 10 ล้านพิกเซล ซูมเลนส์ 3 เท่าดิจิตอลซูม 5.7 เท่า
  • ดำน้ำได้ลึก 3 เมตร
  • มีระบบ Anti Blur ป้องกันการสั่นของกล้องหรือจากมือของผู้ใช้
  • เทคโนโลยี Dual Image Stabilization และ Face Detection Technology
  • ค่าความไวแสงสูงสุด 1600
  • ถ่าย VDO 640x480 pixels ได้ที่ความเร็ว 30 ภาพต่อวินาที
  • หน้าจอ LCD ขนาดใหญ่ 2.7 นิ้ว (230,000 pixels)
  • รองรับเมมโมรี่การ์ด SD/SDHC มาพร้อมหน่วยความจำภายใน 50 MB

    

Specification

Effective Pixel
10 million
Sensor Pixel
ความละเอียดเซ็นเซอร์
10.0
Max Res.
ความละเอียดสูงสุด
3648 x 2736
Low Res.
ความละเอียดต่ำสุด
3648x 2432, 2592 x 1944, 2048 x 1536, 1600 x 1200, 640 X 480
Image Ratio
สัดส่วนภาพ
3:2
Sensor
เซลรับภาพ
CCD 1/2.3
Manual mode
No
Dust Reduction
ระบบกำจัดฝุ่นในตัว
No
Image Stabilization
ระบบกันสั่น
Yes
Face Detection
ระบบค้นหาใบหน้า
Yes
Optical Zoom
3 x
Digital Zoom
5.7 x
Lens
เลนส์
35 - 105mm
Aperture Range
รูรับแสง
auto / F3.7 - F8 (W); F4.2 - F9 (T)
Shutter Speed
ความเร็วชัตเตอร์
auto | manual / 3s - 1/1000s
ISO Rating
ค่าความไวแสง
64, 100, 200, 400, 800, 1600
Auto Focus Type
ระบบโฟกัส
Yes
Normal Focus
ระยะโฟกัสปกติ
60 cm
Macro Focus
ระยะมาโคร
8 cm
White Balance
ค่าความสมดุลแสงขาว
Auto, Preset (Fine, Shade, Fluorescent light (Daylight), Fluorescent light (Warm White),
Exposure
การชดเชยแสง
-2 to +2 EV in 1/3 EV
Metering
ระบบวัดแสง
TTL 256-zones metering
Self-timer
ระบบถ่ายภาพอัตโนมัติ
2, 10 sec
Continuous Drive
ถ่ายภาพต่อเนื่อง
max. 0.6 frame/sec
Movie Clips
บันทึกภาพเคลื่อนไหว
640x480, 320x240 (30fps)
Int Flash
แฟลชภายใน
Yes
Ext Flash
ช่องต่อแฟลชภายนอก
No
Flash Mode
ระบบแฟลช
Auto, On, Off, Slow sync, Red-eye reduction
Compressed Format
ไฟล์ภาพ
jpeg (exif 2.2)
Quality Levels
ระดับคุณภาพ
Fine, Normal
LCD
จอภาพ
2.7
LCD Pixels
ความละเอียดจอภาพ
230,000
Live view
Yes
Viewfinder
ช่องมองภาพ
No
Video Out
ช่องต่อทีวี
Yes
Interface
การเชื่อมต่อ
USB 2.0
Memory
หน่วยความจำ
SD, SDHC + internal 50MB
Battery
แบตเตอรี่
Lithium-Ion rechargeable NP-45
Size
ขนาด
92 x 59.6 x 20.6 mm
Weight
น้ำหนัก
110 g